ชั้น 1 ไม่ไหว ขอชั้น 2+ จะได้ไหม

ชั้น 1 ไม่ไหว ขอชั้น 2+ จะได้ไหม
ชั้น 1 ไม่ไหว ขอชั้น 2+ จะได้ไหม

หลายคนอาจกำลังใกล้ถึงเวลาต่อประกันรถยนต์ให้กับรถคันโปรด แต่ช่วงนี้สถานการณ์โควิดกำลังวิกฤตหนัก ทำให้ต้องเซฟค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อประคองชีวิตในช่วงวิกฤตนี้ ซึ่งทุกค่าใช้จ่ายล้วนสำคัญหมดจนลดไม่ได้ ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ ประกันชั้น 1 ที่เคยใช้คุ้มครองรถมาตลอดทุกปี ในครั้งนี้กลายเป็นของราคาแพงที่อยากได้แต่ไปไม่ถึง ถ้าอย่างนั้นลองหันมาพิจารณาประกันชั้น 2+ ที่ราคาถูกกว่าดูเป็นไง 
แม้ว่าประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองสูงที่สุด อุ่นใจมากที่สุดสำหรับเจ้าของรถ แต่ประกันรถยนต์ทุกระดับชั้นก็ถูกคิดเงื่อนไขให้ออกมามีข้อดีในตัวเองทั้งสิ้น อยู่ที่เราจะเลือกให้เหมาะสมกับตัวเองอย่างไร 

ประกันชั้น 1 
อย่างที่รู้กันว่าประกันชั้น 1 เป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด ทั้งด้านชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน หากเทียบกับประกันรถยนต์ชั้นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์รถชน รถหาย รถไฟไหม้ หรือเจอภัยธรรมชาติประกันชั้น 1 ก็พร้อมให้ความคุ้มครอง ทั้งค่ารักษาและค่าชดเชยความเสียหายตามวงเงินที่ได้กำหนดไว้ในกรมธรรม์ 
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ประกันชั้น 1 พิเศษกว่าประกันรถยนต์ชั้นอื่นๆ ก็คือความคุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดจากการชนโดยไม่มีคู่กรณี นอกจากนี้หากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นคดีอาญา ประกันชั้น 1 ยังคุ้มครองโดยการประกันตัวผู้ขับขี่ เพื่อให้ออกมาต่อสู้คดีในศาลโดยมีทนายคอยให้คำแนะนำอีกด้วย

ประกันชั้น 2+ 
สำหรับประกันชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่รถชนกับรถเท่านั้น แบบไม่มีคู่กรณี ไม่สามารถขอเคลมประกันรถได้ เนื่องจากไม่มีข้อกำหนดในกรมธรรม์ ส่วนความคุ้มครองอื่นๆ ที่ถูกระบุในกรมธรรม์จะยังให้ความคุ้มครองเหมือนเดิม อย่างเช่น กรณีรถสูญหายจากการถูกโจรกรรม ไฟไหม้ ยังได้รับความคุ้มครอง ยกเว้นภัยธรรมชาติ ที่ประกันชั้น 2+ จะไม่ได้คุ้มครอง
ความคุ้มครองของประกันชั้น 2+

  • ให้ความคุ้มครองต่อชีวิตและร่างกาย
  • ให้ความคุ้มครองต่อทรัพย์สิน
  • ชดเชยค่าเสียหาย ในกรณีที่รถถูกไฟไหม้และสูญหาย
  • ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ผ่าตัดและค่าบริการอื่นๆ ของตัวเรา ผู้โดยสารเราและคู่กรณี ในกรณีรถชนรถเท่านั้น
  • ค่ารักษาพยาบาลตัวเราและผู้โดยสารของเราได้รับความคุ้มครองเหมือนประกันชั้น 1 

แล้วความคุ้มครองของประกันชั้น 1 กับประกันชั้น 2+ ต่างกันตรงไหน ? 
คำตอบคือ ประกันชั้น 2+ มีความแตกต่างจากประกันชั้น 1 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ถูกตั้งขึ้นให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์มากพอสมควรและเชี่ยวชาญการขับขี่รถยนต์อยู่แล้ว เนื่องจากกรณีที่ประกันชั้น 2+ ไม่ได้ให้คุ้มครองนั้นคือการเฉี่ยวชนแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสาไฟ ชนฟุตบาท ชนต้นไม้ ชนกำแพง ซึ่งสังเกตได้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์น้อยหรือผู้ที่เพิ่งหัดขับรถ
ส่วนในกรณีของรถชนรถ หรือรถสูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วมและอื่นๆ ทางประกันชั้น 2+ ยังดูแลและให้ความคุ้มครองเทียบเท่ากับประกันชั้น 1 

รู้อย่างนี้แล้ว หลายคนที่ต้องรัดเข็มขัด ประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ น่าจะตัดสินใจเลือกใช้จ่ายเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าให้เกิดความคุ้มค่าและเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด เมื่อใกล้ครบกำหนดการต่ออายุกรมธรรม์จะได้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว หวังว่าข้อมูลที่เรานำมาฝาก จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองที่ดีและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.viriyah.com หรือโทรสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับประกันรถยนต์ได้ที่เบอร์ 0-2129-7474 ครับ

อ่านบทความอื่นๆ