รถยก (รถสไลด์) vs รถลาก ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

รถยก (รถสไลด์) vs รถลาก ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
รถยก (รถสไลด์) vs รถลาก ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

รถยก (รถสไลด์) ยกรถทั้งคันขึ้นวางบนแท่นบรรทุก ปลอดภัยต่อช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนมากกว่า เหมาะกับรถที่เสียหายหนัก รถ 4WD/AWD รถไฟฟ้า และระยะทางไกล ส่วนรถลากยกล้อคู่หนึ่งขึ้นแล้วลากไป ค่าบริการประหยัดกว่า เหมาะกับรถขับเคลื่อน 2 ล้อที่เสียหายเล็กน้อยและระยะทางสั้น

 

ในกรณีที่เกิดเหตุจำเป็นต้องใช้รถยก หรือรถลากนั้น ผู้ขับขี่ควรจะมีความรู้เบื้องต้นและประเมินสถานการณ์ให้ดีว่าในสถานการณ์นั้นๆ เราควรจะเลือกใช้รถยกหรือรถลาก โดยใช้หลักการประเมินง่ายๆ จาก ค่าใช้จ่าย - ความเสียหาย - ระยะทาง ที่เราจะใช้บริการพาหนะเคลื่อนย้าย

 

  รถยก

รถยกหรือรถสไลด์นั้นเหมาะสำหรับการขนย้ายรถยนต์ที่ใช้แรงขับเคลื่อนแบบ 4-wheel drive ซึ่งจะทำการยกรถทั้งคันขึ้นไปบนรถกระบะหรือรถบรรทุกขนาดใหญ่ ข้อดีคือ มีความปลอดภัยกับช่วงล่างของรถยนต์ของคุณขณะทำการเคลื่อนย้ายรถ

  • ค่าใช้จ่าย แน่นอนทีเดียวว่าสูงกว่ารถลากโดยจะขึ้นอยู่กับระยะทางที่ไปด้วย อาจจะเริ่มต้นที่ 1,000 - 3,000 บาท และคำนวณเพิ่มไปตามระยะทาง
  • ความเสียหาย ใช้ในกรณีรถมีปัญหาในการเคลื่อนย้าย เช่น อุบัติเหตุหนัก ล้อเสียหายหนัก หรือรถที่มีอาการสตาร์ทไม่ติด แต่เป็นห่วงความปลอดภัยของช่วงล่าง แน่นอนว่าคำตอบที่ใช่คือรถยก
  • ระยะทาง เมื่อเราคิดจะใช้รถยกหรือรถลาก อย่าลืมกะคำนวณระยะทางระหว่างที่ที่จะลากออกไปยังอู่หรือศูนย์ หากไกลมาก เราควรเซฟช่วงล่างด้วยการใช้รถยก

 

  รถลาก

รถลากนั้นจะทำการลากรถจากด้านหน้า หรือด้านหลังก็ได้ ขึ้นอยู่กับแรงขับเคลื่อนของตัวรถว่าจะเป็นล้อหน้าหรือล้อหลัง จึงเหมาะกับรถที่ขับเคลื่อนด้วยสองล้อนั่นเอง โดยจะใช้สลิงเป็นตัวลากจูง แน่นอนว่าความปลอดภัยนั้นมีไม่เท่ารถยก แต่ก็ทดแทนกันด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า

  • ค่าใช้จ่าย โดยมากจะเริ่มต้นอยู่ที่หลัก 1,000 บาท เช่นกัน แต่จะราคาต่ำกว่าตัวรถยกด้วยเพราะวิธีการขนย้ายที่ง่ายกว่าเมื่อคำนวณตามระยะทาง
  • ความเสียหาย ถ้ารถยังมีความเสียหายไม่มาก ล้อและกลไกลขับเคลื่อนยังพอทำงานได้เป็นส่วนใหญ่ การใช้รถลากก็เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่าอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะทาง ถ้าใกล้กับศูนย์หรืออู่ ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องช่วงล่างให้มากความ การใช้รถลากย่อมเป็นทางเลือกที่สบายกระเป๋ากว่าอย่างแน่นอน 

รถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ ต้องทำอะไรก่อนเรียกรถ

  1. จอดในที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน
  2. ถ่ายรูปความเสียหายและที่เกิดเหตุ
  3. แจ้งประกันก่อนเรียกรถเอง 
  4. แจ้งผู้ให้บริการว่าเป็นรถขับเคลื่อนแบบไหน และเสียหายส่วนไหน เพื่อเลือกรถให้ถูก

 

ประกันรถยนต์วิริยะประกันภัย คุ้มครองค่ารถยก, รถลาก หรือไม่

วิริยะประกันภัย มีบริการ V Roadside Service ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ฟรีไม่จํากัดจํานวนครั้ง* โดยแบ่งประเภทของการให้บริการ ดังนี้

  1. บริการรถยก / รถสไลด์
  2. เลือกใช้บริการรายการใดก็ได้รวมกันไม่เกิน 3 ครั้ง/กรมธรรม์/ปี
  3. บริการฉุกเฉินกรณียางรั่ว, ยางแตก, ยางแบน
  4. หากเปลี่ยนยางใหม่หรือปะยาง (ลูกค้ารับผิดชอบ)
  5. บริการพ่วงแบตเตอรี่ 12 V
  6. บริการนําส่งน้ํามันฉุกเฉิน ครั้งละไม่เกิน 5 ลิตร
  7. กรณีน้ํามันหมด ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ และรถต้องไม่จอดอยู่ภายในสถานีบริการน้ํามัน
  8. บริการน่าส่งกุญแจสํารองฉุกเฉิน
  9. กรณีใช้บริการช่างกุญแจ (ลูกค้ารับผิดชอบค่าบริการ)
  10. บริการให้คําปรึกษาเบื้องต้นโดยช่างซ่อมรถยนต์

 

ใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์หรือต้องการทำประกันรถยนต์ ที่สามารถคุ้มครองรถติดแก๊สได้ครอบคลุมและรวดเร็ว เราขอแนะนำประกันรถยนต์จากวิริยะประกันภัย ทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญในการคุ้มครองรถยนต์ของคุณได้ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 ที่ดูแลครบ จบทุกความต้องการหรือ ประกันรถยนต์ 2+ ซื้อง่ายคุ้มครองเร็ว หรือประกันรถยนต์ 3+ ประกันคุ้มจบในที่เดียว และใครที่กำลังมองหาการต่อพรบรถยนต์ที่คุ้มค่า ที่วิริยะประกันภัยเรามีครบจบที่เดียวสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.viriyah.com หรือโทรสอบถามข้อมูลได้ที่ 0-2129-7474

 

*เงื่อนไขกรมธรรม์

  • สําหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 และประเภท 5 ยกเว้นรถจักรยานยนต์ รถยนต์โดยสารสาธารณะหรือรถขนส่งสาธารณะ (ป้ายทะเบียนพื้นเหลืองและป้ายทะเบียนพื้นเขียว) รวมถึงรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป
  • รายการ 1-5 ให้บริการภายในระยะทางไม่เกิน 30 กิโลเมตร นับจากสถานที่เกิดเหตุ ค่าใช้จ่ายส่วนเกินคิดในอัตรา 25 บาท ต่อกิโลเมตร (ลูกค้ารับผิดชอบค่าส่วนเกินระยะทาง)

โดยเงื่อนไขการให้บริการนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป (ระยะเวลาและเงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

อ่านบทความอื่นๆ