บ้านน้ำท่วมทำความสะอาดยังไงดี? 3 ขั้นตอนกู้บ้านพังให้กลับมาน่าอยู่

น้ำท่วมบ้าน ทำความสะอาดบ้าน น้ำท่วม วิริยะประกันภัย
บ้านน้ำท่วมทำความสะอาดยังไงดี? 3 ขั้นตอนกู้บ้านพังให้กลับมาน่าอยู่

หลังจากน้ำท่วมบ้าน น้ำลดลง ปัญหาที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นคราบโคลน คราบดินฝังแน่น ขยะ รวมไปถึงความเสียหายของเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งปัญหากลิ่นอับชื้นและเชื้อรา จนเริ่มถอดใจที่จะทำความสะอาดบ้าน และเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างไป

 

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น หลายคนต้องเจอกับสถานการณ์น้ำท่วมที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว จนไม่สามารถเก็บสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านได้ทัน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ ตู้ เตียงนอน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ หรือบางบ้านต่อให้เตรียมตัวยกของหนีน้ำขึ้นที่สูงแล้ว แต่น้ำก็ยังท่วมสูงเกินกว่าที่คิด จนทำให้เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องจมน้ำไปต่อหน้าต่อตา 

 

วิริยะประกันภัย เข้าใจถึงความกังวลใจของทุกคน จึงได้รวบรวมสิ่งที่คุณควรทำเมื่อกลับเข้าบ้าน ขั้นตอนทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม พร้อมแชร์วิธีดูแลเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย 

 

4 สิ่งที่ต้องทำเมื่อเข้าบ้านหลังน้ำลด

เมื่อระดับน้ำลดลงจนสามารถกลับเข้าบ้านได้ สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การล้างบ้านทันที แต่คือการเช็กความปลอดภัยและรักษาสิทธิ์ของตนเอง ดังนี้ 

1. ถ่ายรูปความเสียหาย: บันทึกภาพร่องรอยความเสียหายของตัวบ้านและทรัพย์สินทุกชิ้นไว้ทันที เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นเคลมค่าชดเชยหรือเงินเยียวยา

2. เปิดประตูหน้าต่าง: เปิดประตูและหน้าต่างทุกบานในบ้านทิ้งไว้ เพื่อระบายอากาศและไล่ความชื้นสะสมออกให้ได้มากที่สุด

3. ตรวจสอบระบบไฟ: ใช้ไขควงตรวจสอบไฟฟ้าเช็กตามจุดต่าง ๆ เพื่อทดสอบว่ายังมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลอยู่หรือไม่

4. ตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างตัวบ้าน

 

 

3 ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

ขั้นตอนที่ 1 : เก็บสิ่งของที่เปียกน้ำออกจากบ้าน

เริ่มต้นด้วยการย้ายสิ่งของที่โดนน้ำท่วม เช่น เฟอร์นิเจอร์ ผ้าห่ม และเครื่องนอน ออกไปด้านนอกเพื่อตากแดดหรือตากลมให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ แต่หากชิ้นไหนชำรุดเสียหายหนัก แนะนำให้คัดแยกไปทิ้งทันที เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและลดการสะสมของเชื้อโรค 

ขั้นตอนที่ 2 : ทำความสะอาดพื้นบ้านด้วยน้ำสะอาด

ล้างทำความสะอาดผนังและพื้นบ้าน โดยไล่จากด้านบนลงด้านล่าง เน้นฉีดน้ำและขัดบริเวณที่มีคราบโคลนฝังแน่นออกให้หมดในขณะที่ยังเปียก จากนั้นให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อผสมน้ำฉีดล้างและขัดทำความสะอาดซ้ำอีกครั้ง เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่มองไม่เห็นและช่วยลดกลิ่นอับชื้น 

ขั้นตอนที่ 3 : เช็ดบ้านให้แห้ง

หลังจากทำความสะอาดบ้านครบทุกจุดแล้ว ให้เช็ดบ้านให้แห้งก่อนนำเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เข้ามาจัดวางในบ้าน และควรเปิดประตูและหน้าต่างประตูทิ้งไว้ เพื่อระบายอากาศในบ้านและป้องกันการเกิดเชื้อราสะสม

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มล้างบ้าน

  1. รองเท้ายาง

  2. ถุงมือยาง หน้ากากกันฝุ่น ผ้าปิดปาก

  3. ไขควงตรวจสอบไฟรั่ว

  4. ไฟฉายหรืออุปกรณ์ส่องสว่าง

  5. อุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ไม้กวาดทางมะพร้าว แปรงขัด ไม้ถูพื้น

  6. น้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

  7. ผ้าแห้ง

  8. สเปรย์ไล่ความชื้น

  9. เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง

  10. ถังขยะและถุงขยะ

กู้คืนเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าหลังน้ำลด

เช็กเฟอร์นิเจอร์

1. เฟอร์นิเจอร์ไม้แท้: ให้เช็ดคราบโคลนออกทันที แล้วนำไปผึ่งลมในที่ร่มจนแห้งสนิท ห้ามตากแดดจัดโดยตรงเพราะจะทำให้เนื้อไม้บิดงอหรือแตกร้าวได้ 

2. เฟอร์นิเจอร์เหล็กหรือโลหะ: เช็ดทำความสะอาดและตากลมจนกว่าจะแห้งสนิท หากมีส่วนที่เป็นสนิมให้ใช้กระดาษทรายหรือน้ำยาขัดสนิทขัดออก 

3. เฟอร์นิเจอร์หนัง: เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาเช็ดเครื่องหนังเบา ๆ แล้วตากลมให้แห้งสนิท โดยห้ามนำไปตากแดดเด็ดขาดเพราะจะทำให้หนังแตกและสีซีดได้

 

 

เช็กเครื่องใช้ไฟฟ้า

1. ห้ามเปิดเครื่องทันที: อย่าเพิ่งเสียบปลั๊กหรือกดเปิดเครื่องใช้งานเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบวงจรข้างในช็อตและเสียหายหนักขึ้น

2. เช็ดเครื่องให้แห้งและตากลม: เช็ดทำความสะอาดตัวเครื่องภายนอกให้แห้ง หลีกเลี่ยงการนำไปตากแดดเพราะจะทำให้พลาสติกหรือชิ้นส่วนต่าง ๆ เสื่อมสภาพได้

3. งดใช้งานชั่วคราว: วางพักเครื่องทิ้งไว้อย่างน้อย 1-2 วัน เพื่อให้ความชื้นที่ค้างอยู่ภายในระเหยออกจนหมด

4. ส่งศูนย์ซ่อม: ก่อนจะเริ่มเสียบปลั๊กใช้งานจริง ควรส่งเครื่องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบและแผงวงจรภายในอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัย

 

ที่มา: jorakay, smarthome, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย 

อ่านบทความอื่นๆ