Head or Top file
 หน้าแรก | สำหรับลูกค้า | สำหรับตัวแทน | ข้อมูลองค์กร | ติดต่อเรา | ถาม - ตอบ | แผนผังเว็บไซต์ | English Version



การประกันภัยรถภาคบังคับและภาคสมัครใจไม่ซ้ำซ้อนกัน

วันที่ 5 พ.ย. 2550

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับการเสนอแก้กฎหมายให้ผู้ทำประกันภัยรถภาคสมัครใจ ไม่ต้องทำประกันภัยรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยให้เหตุผลว่าจะเป็นการลดความซ้ำซ้อนของความคุ้มครองสำหรับการประกันภัยทั้งสองประเภท นั้น

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กล่าวว่า ประเด็นข่าวที่ออกมาดังกล่าว อาจสร้างความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องให้กับสาธารณชน ทั้งนี้จึงขอให้ข้อมูล และรายละเอียดเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์ให้สาธารณชนทราบ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

1.การประกันภัยรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เป็นการประกันภัยรถภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถ ผู้ใช้รถทุกคน ต้องทำประกันภัยความรับผิดที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ครอบคลุมถึงความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน ทั้งนี้การกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. คำนวณโดยใช้หลัก first loss ในส่วนของค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นต่อความเสียหายของชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยที่เกิดขึ้นในช่วง 50,000 บาทแรก (กรณีได้รับบาดเจ็บ) และ 100,000 บาทแรก (กรณีเสียชีวิต)

2. การประกันภัยรถภาคสมัครใจ เป็นการประกันภัยรถโดยความสมัครใจของผู้รับประกันภัยและผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยได้ตามความต้องการ และความเหมาะสม โดยในปัจจุบันมีประเภทกรมธรรม์ที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถภาคสมัครใจในส่วนของความคุ้มครองความรับผิดต่อความเสียหายของชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย จะคำนวณต่อเนื่องจากส่วนเกินของการประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. โดยอัตราเบี้ยประกันภัยเฉพาะส่วนนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนเงินความคุ้มครองที่เลือกซื้อ

นางจันทราฯ กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น เพื่อจะชี้แจงให้ทราบว่าเบี้ยประกันภัยของการประกันภัยรถทั้ง 2 ประเภทจะไม่ซ้ำซ้อนกัน ผู้เอาประกันภัยมั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมจาก การกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย ทั้งนี้ การเสนอแก้ไขกฎหมายใดๆ หากประชาชนได้รับความคุ้มครองหรือสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดียิ่ง คปภ. ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตาม หากจะเสนอให้ประชาชนที่ทำประกันภัยรถภาคสมัครใจไม่ต้องทำประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. จะส่งผลให้อัตราเบี้ยประกันภัยรถภาคสมัครใจเพิ่มขึ้นตามส่วนของความคุ้มครองที่ยังไม่ได้คำนวณไว้ ซึ่งก็เท่ากับว่าผู้เอาประกันภัยก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยรถภาคสมัครใจเพิ่มขึ้นเท่ากับส่วนของเบี้ยประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. ที่ขาดหายไปนั่นเอง และสำหรับรถบางประเภท เช่น รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นประเภทรถที่มีจำนวนกรมธรรม์มากที่สุด และถือเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ปัจจุบันเบี้ยประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. อยู่ที่ประมาณ 300 บาท สำหรับรถขนาดไม่เกิน 125 ซีซี. (ไม่รวมภาษีอากร) แต่ถ้าต้องทำประกันภัยรถภาคสมัครใจอย่างเดียวอาจต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมมากเป็นพันบาท

นางจันทราฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในเรื่องดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ รวมถึงควรมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศก่อนดำเนินการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนน ต่อไป

ประกาศจาก สำนักงานกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

 

 

New Page 1
ข่าว

BOTTOM

สายด่วนรับแจ้งอุบัติเหตุ 1557 ทั่วประเทศ 24 ชม. หรือติดต่อเรา  คลิกที่นี่ 
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
Copyright © 2007 The Viriyah Insurance Co.,Ltd. All rights reserved.