อัปเดตใหม่! สรุปเงื่อนไข พ.ร.บ. รถยนต์2569 มีผลกับรถทุกประเภท
อัปเดตใหม่ล่าสุด สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ. รถยนต์) ปรับปรุงเงื่อนไขสำคัญ 2 เรื่อง ทั้งการบอกเลิกกรมธรรม์และการกำหนดระยะเวลาความคุ้มครอง เจ้าของรถทุกคนควรรู้ก่อนต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ครั้งถัดไป
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ของกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงของเจ้าของรถมากขึ้น โดยครอบคลุมรถทุกประเภท การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้
2 เงื่อนไขการบอกเลิกกรมธรรม์ พ.ร.บ. รถยนต์
คำสั่งนายทะเบียนที่ 16/2569 มีผลตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผู้เอาประกันภัยสามารถบอกเลิกได้เฉพาะ 2 กรณีเท่านั้น โดยต้องแสดงหลักฐานประกอบการขอยกเลิกดังนี้
1. เลิกใช้รถตามกฎหมาย
ต้องมีหลักฐานยืนยันว่าได้เลิกใช้รถคันดังกล่าวแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น เอกสารแจ้งเลิกใช้รถหรือแจ้งระงับทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบก
2. ทำ พรบ. รถยนต์ ซ้ำซ้อน
ต้องมีหลักฐานว่ารถคันเดียวกันมีการทำประกัน พ.ร.บ. ซ้ำซ้อนมากกว่า 1 กรมธรรม์ในช่วงเวลาเดียวกัน จึงจะขอยกเลิกกรมธรรม์ส่วนเกินได้
การกำหนดระยะเวลาประกันภัยใหม่
คำสั่งนายทะเบียนที่ 17/2569 · มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ระยะเวลาความคุ้มครองมาตรฐานยังคงกำหนดไว้ที่ 1 ปี เช่นเดิม สามารถเลือกกำหนดระยะเวลาความคุ้มครอง ต่ำกว่า 1 ปี หรือมากกว่า 1 ปีได้ แต่ไม่เกิน 2 ปี โดยบริษัทจะคิดอัตราเบี้ยประกันภัยแบบเฉลี่ยรายวันตามจำนวนวันที่คุ้มครองจริง

ทำไม คปภ. ต้องปรับใช้หลักเกณฑ์นี้
โดยเป้าหมายหลักของการปรับเกณฑ์เงื่อนไขครั้งนี้ เป็นการทำให้รถยนต์ที่ใช้งานอยู่ มีความคุ้มครองตามพ.ร.บ. รถยนต์อย่างต่อเนื่อง เป็นการลดช่วงเวลาที่รถไม่มี พรบ. รถยนต์คุ้มครอง ซึ่งแต่เดิมมักเกิดปัญหา เมื่อเจ้าของรถขอยกเลิกกรมธรรม์กลางคันโดยไม่มีเหตุจำเป็น หรือเมื่อวันหมดอายุ พรบ รถยนต์ไม่ตรงกับวันสิ้นอายุภาษีรถ ทำให้ พรบ รถยนต์หมดก่อนทั้งที่ภาษียังมีผลอยู่
ซึ่งการขอยกเลิกกรมธรรม์ด้วยเหตุผลทั่วไป เช่น เปลี่ยนใจหรือไม่ได้ใช้รถชั่วคราว จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่ยกเลิกได้อีกต่อไป และหากนำ พ.ร.บ. ไปใช้ต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ระยะเวลาความคุ้มครองต้องกำหนดให้ครอบคลุมไปจนถึงรอบภาษีถัดไป เพื่อให้ทั้งสองรอบเวลาสอดคล้องกัน
ตัวอย่าง
รถที่มีวันสิ้นอายุภาษีวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 พรบ. รถยนต์ที่นำไปใช้ต่อภาษีจะต้องคุ้มครองอย่างน้อยจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2570
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| วันที่มีผล (การบอกเลิกกรมธรรม์) | 7 สิงหาคม 2569 |
| วันที่มีผล (ระยะเวลาประกันภัยใหม่) | 1 กันยายน 2569 |
| เงื่อนไขบอกเลิกกรมธรรม์ | เลิกใช้รถตามกฎหมาย หรือทำ พ.ร.บ. ซ้ำซ้อน (ต้องมีหลักฐาน) |
| ระยะเวลาความคุ้มครองมาตรฐาน | 1 ปี |
| ระยะเวลาความคุ้มครองแบบเลือกได้ | ต่ำกว่า 1 ปี หรือมากกว่า 1 ปี (สูงสุดไม่เกิน 2 ปี) คิดเบี้ยเฉลี่ยรายวัน |
คำถามที่พบบ่อย: พ.ร.บ. รถยนต์ใหม่
1. พรบ. รถยนต์บอกเลิกกรมธรรม์ได้ในกรณีใดบ้าง
บอกเลิกได้ 2 กรณี คือ เลิกใช้รถตามกฎหมาย หรือมีการทำ พรบ. รถยนต์ ซ้ำซ้อนมากกว่า 1 กรมธรรม์ โดยต้องมีหลักฐานประกอบทั้งสองกรณี
2. เงื่อนไขการบอกเลิกกรมธรรม์ใหม่มีผลตั้งแต่เมื่อไหร่
มีผลตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
3. ระยะเวลาความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถยนต์แบบใหม่กำหนดไว้อย่างไร
ยังคงมีระยะเวลามาตรฐาน 1 ปี แต่เลือกสั้นกว่าหรือยาวกว่าได้ สูงสุดไม่เกิน 2 ปี โดยคิดเบี้ยเฉลี่ยรายวัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569
4. หากซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์เพื่อใช้ต่อภาษีรถยนต์ต้องระวังเรื่องใด
ระยะเวลาความคุ้มครองของกรมธรรม์ต้องครอบคลุมอย่างน้อยถึงวันสิ้นอายุภาษีรถในปีถัดไป มิเช่นนั้นอาจใช้ประกอบการต่อภาษีรถในรอบนี้ไม่ได้
5. หลักเกณฑ์การเรียกร้องสินไหมทดแทน (การเคลม) และวงเงินความคุ้มครองมีการเปลี่ยนแปลงด้วยหรือไม่?
ไม่มีผลและไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
มอบความคุ้มครองที่เหนือกว่าแบบครบจบ
เพราะถ้าเรื่องรถวางใจให้วิริยะประกันภัยดูแล
ต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ฟรี!