ต่อใบขับขี่ออนไลน์จบในมือถือ กฏใหม่(เริ่มมีนาคม 2569) มีอะไรบ้าง ?
หมดปัญหาเรื่องการเดินทาง หรือนั่งรอคิวนานเพื่อต่อใบขับขี่ให้วุ่นวาย เพราะตอนนี้มีระบบต่อใบขับขี่ออนไลน์เต็มรูปแบบ พร้อมใช้งานทุกขั้นตอนผ่านมือถือได้ครบ จบตั้งแต่จองคิว! แล้วใครบ้างที่ต่อได้ หรือมีข้อควรระวังสำคัญอะไรที่ควรรู้ไว้บ้าง ? ไปดูพร้อมกันในบทความนี้
-%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD_1.jpg)
ใบขับขี่แบบไหนต่อออนไลน์ได้บ้าง ?
โดยทั่วไปผู้ที่ถือใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคลในไทย ที่หมดอายุไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดจะมีสิทธิ์ในการต่ออายุผ่านระบบออนไลน์ได้ ดังนี้
-
ใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี
สามารถลงทะเบียนต่อใบขับขี่ออนไลน์หรือที่ขนส่งได้ทันที โดยไม่ต้องสอบข้อเขียนหรือสอบปฏิบัติใหม่
-
ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี (แต่ไม่เกิน 3 ปี)
ต้องเข้ารับการอบรมการขับขี่ใหม่ เพื่อทดสอบข้อเขียนและต่อใบขับขี่ใหม่ได้
-
ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี
ต้องเข้ารับการอบรมการขับขี่ใหม่ ทดสอบข้อเขียนและทำการสอบขับรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ใหม่อีกครั้ง
สำหรับใบอนุญาตประเภทส่วนบุคคลซึ่งเป็นใบขับขี่ชั่วคราว (2 ปี) เมื่อครบระยะเวลาแล้ว สามารถเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ 5 ปีได้ทันที และถ้าหมดไม่เกิน 1 ปี ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
กรณีไหนบ้าง ? ที่ต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง
-
กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี (แต่ไม่เกิน 3 ปี) สามารถเลือกอบรมได้ทั้งแบบออนไลน์,ออฟไลน์ แต่ยังต้องมาสอบข้อเขียนที่กรมการขนส่งทางบก
-
กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี จะถูกจัดว่าเหมือนทำใบขับขี่ใหม่ ต้องอบรมใหม่ สอบข้อเขียนใหม่ และสอบปฏิบัติ (ขับรถจริง) อีกรอบ
-
กรณีใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปี หรือใบชนิดพิเศษ ที่หมดอายุเกิน 1 ปี จะต้องเข้ารับการอบรมที่สำนักงานขนส่งโดยตรง สอบข้อเขียนใหม่ และไม่สามารถใช้บริการออนไลน์อย่างเดียวได้