ค่าลากรถ...บริษัทประกันภัยรับผิดชอบแค่ไหน!

ค่าลากรถ...บริษัทประกันภัยรับผิดชอบแค่ไหน!
ค่าลากรถ...บริษัทประกันภัยรับผิดชอบแค่ไหน!

เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุบริษัทประกันภัยต้องทำหน้าที่เข้าไปรับผิดชอบตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ซี่งจะครอบคลุมความเสียหายมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความคุ้มครองของการประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท

    โดยภาพรวมความคุ้มครองจะแบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่ด้วยกันคือ ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หมวดความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์  และหมวดความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย

    นั้นก็หมายความว่า ถ้ากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภทใดที่มีหมวดความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์  ค่าลากรถจึงถือเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทจะต้องรับผิดชอบ  

    คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่บังคับใช้ตามกฏหมายเพราะออกเป็นคำสั่งนายทะเบียนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน-ภัย (คปภ.) ได้ระบุไว้ในหมวดการคุ้มครองความเสียหายรถยนต์ในข้อ 3.การดูแลขนย้าย

    “เมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายซึ่งมีการคุ้มครองตามกรมธรรม์นี้ บริษัทจะต้องจ่ายค่าดูแลรักษารถยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมดนับตั้งแต่วันเกิดเหตุ จนกว่าจะซ่อมแซมหรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้นตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อมแซม”

    ต้องขีดเส้นใต้ตัวโตๆ จำกันให้มั่นว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทประกันภัยสามารถรับผิดชอบได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อมแซม

    และที่สำคัญต้องเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการขนย้ายรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุเท่านั้น!! 

    ทั้งนี้คู่มือตีความฯให้หมายรวมไปถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งให้ลากรถยนต์ไปที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินการพิสูจน์หลักฐาน

    อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการขนย้ายรถยนต์นั้นอาจจะเกินกว่าร้อยละยี่สิบของค่าซ่อม อันเป็นผลมาจากการบริหารจัดการของบริษัทประกันภัยเอง เช่น อู่ซ่อมรถไม่สามารถดำเนินการซ่อมให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ ต้องลากไปซ่อมที่อู่อื่นต่อ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและเกินกว่าร้อยล่ะ 20 บริษัทต้องรับผิดชอบ

    แต่ถ้าเป็นความประสงค์ของผู้เอาประกันภัยเอง เช่น อู่แรกที่ทำการซ่อมเป็นอู่ที่ผู้เอาประกันภัยเลือกเอง แต่ผู้เอาประกันภัยไม่พอใจการซ่อมจึงขอย้ายอู่ ค่าลากรถยนต์ในส่วนนี้บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบ

นอกจากนี้แล้วการทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการคุ้มครองรถยนต์ของคุณได้ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 ที่ดูแลครบ จบทุกความต้องการ หรือ ประกันรถยนต์ 2+ ซื้อง่ายคุ้มครองเร็ว หรือประกันรถยนต์ 3+ ประกันคุ้มจบในที่เดียว ลองเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับคุณได้ที่ viriyah.com ครับ

อ่านบทความอื่นๆ

Card image cap

8 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

Posted 28 มิถุนายน 2564

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระบาดอีกระลอกเป็นครั้งที่ 3 ทำให้หลายคนต้องกลับมา Work from Home แทนการเดินทางไปออฟฟิศ และต้องจอดรถทิ้งเอาไว้ที่บ้านเฉยๆ โดยไม่ได้ใช้งาน แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว อีกทั้งสภาพอากาศในตอนนี้ที่ฝนตกค่อนข้างบ่อย อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องหมั่นตรวจเช็คสภาพรถยนต์อยู่เสมอ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้งานจะได้ไม่มีปัญหามากวนใจ วันนี้เราจึงรวบรวม 8 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ มาฝากกันครับ

Card image cap

ประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันยังไง ? ข้อแตกต่างที่คุณควรรู้ !

Posted 28 มิถุนายน 2564

เชื่อว่าทุกคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว ย่อมซื้อประกันรถยนต์เพื่อเสริมความคุ้มครองยามเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งแน่นอนว่านอกจากประกันชั้น 1 ที่คุ้มครองรอบด้านแล้ว ประกันรถยนต์ 2+ กับ ประกันรถยนต์ 3+ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะมีค่าเบี้ยที่ถูกกว่าพร้อมได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่า แล้วคุณรู้ไหมว่า ประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันยังไง ? และจะใช้เกณฑ์อะไรเป็นตัวตัดสินใจในการเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์ วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลของ ประกันรถยนต์ 2+ กับ ประกันรถยนต์ 3+ มาให้ดู เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ