หลังรถไฟฟ้าลุยน้ำต้องเช็กอะไรบ้าง? สรุปวิธีดูแลให้ปลอดภัย

วิธีดูแลรถไฟฟ้าหลังลุยน้ำท่วม ประกัน2+ EV วิริยะประกันภัย
หลังรถไฟฟ้าลุยน้ำต้องเช็กอะไรบ้าง? สรุปวิธีดูแลให้ปลอดภัย

รถไฟฟ้าลุยน้ำท่วมได้เมื่อน้ำสูงไม่เกินระดับที่ผู้ผลิตกำหนด โดยทั่วไป 10-20 ซม. ลุยได้ปกติ, 30-40 ซม. ต้องระวังมาก และตั้งแต่ 50 ซม. ขึ้นไปห้ามลุยเด็ดขาด หลังลุยน้ำควรงดชาร์จ 1-2 ชั่วโมง แล้วเช็กเต้ารับชาร์จ เบรก ใต้ท้องรถ ห้องโดยสาร และห้องเครื่อง เช็ก 5 ขั้นตอนตามด้านล่าง

 

ฝนตกน้ำท่วมทีไร คนขับรถ EV ใจหายทุกที! จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีฝนตกสะสมต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้รถใช้ถนนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องขับรถลุยน้ำท่วมขัง จนเกิดเหตุการณ์รถจมน้ำหรือน้ำท่วมรถ 

 

ความเสี่ยงนี้ทำให้คนใช้รถยนต์ EV หลายคนเกิดความกังวลใจว่า รถยนต์ EV ขับลุยน้ำได้หรือไม่? เพราะแบตเตอรี่รถไฟฟ้าส่วนใหญ่อยู่บริเวณใต้ท้องรถ ซึ่งเสี่ยงต่อการสัมผัสคราบน้ำและความชื้นโดยตรง จนหลายคนหวั่นใจว่าหากมีน้ำเข้าไป หรือเกิดแรงกระแทกจากก้อนหินขณะขับลุยท่วมขัง อาจทำให้ชุดแบตเตอรี่เสียหาย ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าค่าซ่อมหรือค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่รถไฟฟ้าแต่ละครั้งนั้นสูงมากจนแทบกระเป๋าฉีก! 

 

วิริยะประกันภัย เข้าใจทุกความกังวลของคนใช้ รถ EV จึงได้รวบรวมทุกคำถามที่คุณสงสัยเกี่ยวกับการขับรถไฟฟ้าลุยน้ำ ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำที่ไม่ควรเสี่ยงขับลุย สิ่งที่ต้องทำเมื่อขับรถลุยน้ำท่วม และวิธีดูแลรถให้ปลอดภัยหลังขับลุยน้ำท่วม

 

แชร์ 5 วิธีดูแลรถไฟฟ้าหลังลุยน้ำท่วม

Step 1 : ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น

  • สังเกตหน้าจอแสดงผล: ดูว่ามีไฟเตือนระบบแรงดันสูง, ระบบเบรก ABS รวมถึงไฟเตือนแบตเตอรี่ 12V ปรากฏหรือไม่

  • สังเกตเสียง: สังเกตเสียงวืดหรือเสียงหอนจากมอเตอร์ขับเคลื่อน, เสียงบดของเบรก หรืออาการกระตุกขณะเร่งความเร็ว

  • เหยียบเบรกไล่ความชื้น: แตะเบรกซ้ำ ๆ ขณะขับด้วยความเร็วต่ำประมาณ 10-20 กม./ชม. เพื่อไล่น้ำออกจากจานเบรกและผ้าเบรก เพื่อป้องกันอาการเบรกลื่น

 

Step 2 : จอดรถในที่ปลอดภัยและเช็กระบบต่าง ๆ ของรถ

  • งดเสียบชาร์จรถยนต์ทันทีหลังลุยน้ำท่วม: ทั้งการชาร์จกับ Walbox และ DC Fast Charge ต้องพักรถไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ความชื้นบริเวณเต้ารับชาร์จระเหยจนหมด

  • เช็กฝาครอบและเต้ารับชาร์จ: เปิดฝาชาร์จและใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง แต่หากพบเศษโคลนหรือคราบน้ำให้ใช้ลมเป่าหรือรอจนแห้งสนิท ห้ามใช้อุปกรณ์โลหะแคะเด็ดขาด

  • เช็กไฟหน้า-ไฟท้าย และเซนเซอร์: ตรวจเช็กว่ามีไอน้ำเกาะข้างในโคมไฟหรือไม่ และทำความสะอาดเซนเซอร์กะระยะรอบคันและกล้องมองหลัง เพื่อให้ระบบ ADAS สามารถทำงานได้ปกติ

 

Step 3 : ทำความสะอาดใต้ท้องและช่วงล่างของรถ

  • ฉีดล้างโคลนและเศษขยะ: ใช้น้ำแรงดันปกติฉีดล้างทำความสะอาดเศษโคลน ใบไม้ หรือขยะที่ติดอยู่ตามซุ้มล้อ จานเบรก และใต้ท้องรถ

 

 

Step 4 : ตรวจเช็กภายในห้องโดยสาร

  • เช็กความชื้นใต้พรม: โดยเฉพาะบริเวณที่วางเท้าฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า หากพบว่าพรมเปียก ให้เปิดประตูรถเพื่อระบายอากาศ ตากแดด หรือส่งศูนย์บริการ เพื่อถอดพรมซักล้างป้องกันเชื้อราและระบบสายไฟพื้นรถเสียหาย

  • เช็กห้องสัมภาระท้าย: ตรวจดูช่องเก็บยางอะไหล่หรือช่องเก็บสายชาร์จท้ายรถว่ามีน้ำขังหรือไม่

 

Step 5 : ตรวจเช็กห้องเครื่องหน้ารถ

  • เช็กแบตเตอรี่ 12V และกล่องฟิวส์: ว่ามีคราบขี้เกลือหรือน้ำขังหรือไม่

  • เช็กระดับน้ำยาคูลแลนท์: เช็กระดับน้ำเย็นรักษาระดับอุณหภูมิแบตเตอรี่และมอเตอร์ว่าอยู่ในระดับปกติและไม่มีสีเปลี่ยนไป 

 

รถไฟฟ้าลุยน้ำสูงได้เท่าไหร่? ระดับไหนไม่ควรลุย?

ระดับความสูงของน้ำ ระดับความเสี่ยง คำแนะนำ
10 - 20 เซนติเมตร
(ประมาณครึ่งล้อรถยนต์)
ปกติ สามารถลุยน้ำได้ ใช้ความเร็วต่ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคลื่นน้ำกระแทก
30 - 40 เซนติเมตร
(ประมาณมิดล้อ / ชายล่างประตู)
ปานกลาง สามารถลุยได้แต่ต้องระวังเป็นอย่างมาก แม้ว่าแบตรถบนต์จะสามารถกันน้ำได้ แต่ขอบยางประตูไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกน้ำ ซึ่งหากขับแช่น้ำนานเกินไป อาจทำให้น้ำซึมเข้าสู่ห้องโดยสารได้
50 เซนติเมตร ขึ้นไป
(ครึ่งคันรถ)
สูง ห้ามขับลุยน้ำเด็ดขาด หากมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว รถอาจสูญเสียการควบคุมและอาจลอยไปตามน้ำได้ง่าย

 

ขับรถไฟฟ้าลุยน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัย?

  1. ขับด้วยความเร็วต่ำแบบสม่ำเสมอ ห้ามหยุดรถกลางน้ำและเร่งเครื่องแรง ๆ

  2. ปิดแอร์ทุกครั้งขณะลุยน้ำ เพื่อป้องกันพัดลมแอร์หมุน พัดน้ำกระจายสู่ห้องเครื่อง

  3. หลังขับพ้นเขตน้ำท่วมให้เหยียบเบรกย้ำ ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากผ้าเบรก 

 

 

คำถามที่พบบ่อย: ขับรถยนต์ไฟฟ้าลุยน้ำท่วม

1. ขับรถ EV ลุยน้ำแล้วรถเกิดดับกลางน้ำต้องทำอย่างไร?

หากรถ EV ดับกลางน้ำ ห้ามพยายามกดปุ่มสตาร์ทรถใหม่เด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบไฟลัดวงจรเสียหายหนักกว่าเดิม ให้รีบลงจากรถไปอยู่ในที่ปลอดภัยทันที แล้วโทรเรียกรถสไลด์ยกไปศูนย์บริการ ห้ามใช้รถคันอื่นลากจูงแบบล้อหมุนติดพื้น เพราะมอเตอร์จะปั่นกระแสไฟกลับเข้าสู่ระบบที่ชื้นจนระบบพัง

2. จอดรถ EV แช่น้ำท่วมข้ามคืนแบตจะพังไหม?

หากจอดรถ EV ข้ามคืน แบตเตอรี่มีโอกาสพังเสียหายสูงมาก เพราะถึงแม้ว่าแบตเตอรี่จะมีมาตรฐานกันน้ำระดับสูง แต่การจอดรถแช่น้ำนานเกินไปจะทำให้ซีลกันน้ำเสื่อม และแรงดันน้ำจะดันให้น้ำซึมเข้าโมดูลภายในจนเกิดความเสียหายได้

3. ไฟจะช็อตหรือดูดคนในรถไหมถ้าน้ำเข้ารถ?

ไฟจะไม่ช็อตหรือดูดคนในรถ เพราะรถ EV มีระบบเซนเซอร์อัจฉริยะที่จะตัดกระแสไฟจากแบตเตอรี่หลักทันที เมื่อตรวจพบน้ำหรือไฟรั่ว และด้วยโครงสร้างตัวรถที่ออกแบบมาให้กระแสไฟวิ่งลงดินหรือลงน้ำได้โดยตรง ไฟที่รั่วจึงไม่สามารถวิ่งเข้ามาทำอันตรายกับผู้โดยสารในรถได้

4. รถ EV โดนน้ำท่วมเคลมประกันได้ไหม? ต้องทำอะไรก่อนแจ้งเคลม? 

สามารถเคลมได้หากคุณทำประกันรถไฟฟ้าชั้น 1 จากวิริยะประกันภัย ที่ให้ความคุ้มครองกรณีเกิดเหตุจากภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม

 

เตรียมความพร้อมและความคุ้มครองให้รถไฟฟ้าคันโปรดของคุณตั้งแต่วันนี้! 

ด้วยประกันรถไฟฟ้า 2+ จากวิริยะประกันภัย สนใจเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้าหรือซื้อประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.viriyah.com หรือ โทร. 0-2129-7474

 

เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด

ที่มา: GEELY, iMoD Drive

อ่านบทความอื่นๆ