รถกระบะ รถปิกอัพ ทำประกันภัยแบบไหนได้บ้าง

รถกระบะ รถปิกอัพ ทำประกันภัยแบบไหนได้บ้าง
รถกระบะ รถปิกอัพ ทำประกันภัยแบบไหนได้บ้าง

รถกระบะ รถปิกอัพ ทำประกันภัยแบบไหนได้บ้าง

เพื่อนๆ หลายคนอาจชอบรถปิกอัพหรือรถกระบะเปิดท้ายที่แทบทุกค่ายรถออกแบบมาอย่างสวยงามไม่มีใครยอมใคร แถมยังมีออปชันพื้นที่ส่วนหลังคนขับหรือแคปให้เลือกหลายรูปแบบ

ที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นใช้งานได้อเนกประสงค์ จะขับเป็นรถยนต์ส่วนตัว หรือไว้บรรทุกของ ก็ตอบสนองได้ดีกับความต้องการของคนสมัยนี้ที่จำเป็นต้องใช้รถทำอะไรๆ ได้หลายอย่าง

ถามว่าตัดสินใจซื้อรถปิกอัพแล้วจะทำประกันภัยประเภทไหนดี

ก่อนอื่นก็ต้องพิจารณาว่า เราเน้นใช้รถเป็นรถยนต์นั่งโดยสาร แต่ไว้บรรทุกของเป็นครั้งคราว หรือใช้รถวิ่งบรรทุกของกันเป็นประจำ

ถ้าเราใช้เป็นรถยนต์นั่งเหมือนรถเก๋งส่วนบุคคล ก็สามารถเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ได้ถ้าต้องการ สังเกตด้วยว่ารหัสลักษณะรถยนต์ที่ระบุในกรมธรรม์สำหรับรถปิกอัพใช้ส่วนบุคคลจะเป็น 210 (รถเก๋งนั่งส่วนบุคคล รหัส 110)

แต่ถ้าใช้เป็นรถยนต์บรรทุกส่งของเป็นประจำ หรือเรียกว่าใช้เพื่อการพาณิชย์ ส่วนใหญ่บริษัทประกันจะไม่รับทำประกันภัยชั้น 1 มักให้เป็นประกันภัยชั้น 3 หรืออาจเลือกประกันภัยชั้น 2 หรือ 2+ ซึ่งแบบหลังนี้ถือว่าได้การคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 มาก รหัสลักษณะรถยนต์ที่ระบุในกรมธรรม์สำหรับรถปิกอัพใช้บรรทุกเชิงพาณิชย์จะเป็น 320

ส่วนเรื่องการโดยสารในแคปหรือพื้นที่หลังคนขับ ก็ระมัดระวังกันหน่อยครับ เพราะยังถือว่าผิดกฎหมาย

อ่านบทความอื่นๆ

Card image cap

ประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันยังไง ? ข้อแตกต่างที่คุณควรรู้ !

Posted 28 มิถุนายน 2564

เชื่อว่าทุกคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว ย่อมซื้อประกันรถยนต์เพื่อเสริมความคุ้มครองยามเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งแน่นอนว่านอกจากประกันชั้น 1 ที่คุ้มครองรอบด้านแล้ว ประกันรถยนต์ 2+ กับ ประกันรถยนต์ 3+ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะมีค่าเบี้ยที่ถูกกว่าพร้อมได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่า แล้วคุณรู้ไหมว่า ประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันยังไง ? และจะใช้เกณฑ์อะไรเป็นตัวตัดสินใจในการเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์ วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลของ ประกันรถยนต์ 2+ กับ ประกันรถยนต์ 3+ มาให้ดู เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ

Card image cap

8 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

Posted 28 มิถุนายน 2564

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระบาดอีกระลอกเป็นครั้งที่ 3 ทำให้หลายคนต้องกลับมา Work from Home แทนการเดินทางไปออฟฟิศ และต้องจอดรถทิ้งเอาไว้ที่บ้านเฉยๆ โดยไม่ได้ใช้งาน แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว อีกทั้งสภาพอากาศในตอนนี้ที่ฝนตกค่อนข้างบ่อย อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องหมั่นตรวจเช็คสภาพรถยนต์อยู่เสมอ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้งานจะได้ไม่มีปัญหามากวนใจ วันนี้เราจึงรวบรวม 8 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ มาฝากกันครับ