คลายความสงสัย... ทำไมหน้าฝนต้องล้างรถบ่อย?

คลายความสงสัย... ทำไมหน้าฝนต้องล้างรถบ่อย?
คลายความสงสัย... ทำไมหน้าฝนต้องล้างรถบ่อย?

เมื่อเข้าฤดูฝนคนส่วนใหญ่อาจคิดว่าการล้างรถเป็นเรื่องไม่จำเป็น เพราะคิดว่าถึงจะล้างรถสะอาดแค่ไหน พอเจอน้ำฝนเข้าไปก็สกปรกเหมือนเดิมอยู่ดี แต่ความจริงแล้วความเชื่อเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิด ยิ่งเข้าหน้าฝน ยิ่งต้องล้างรถบ่อยเป็นพิเศษ สาเหตุเป็นเพราะอะไรนั้น ตามมาดูกันเลย

     1. เกิดคราบฝังแน่นเอาไม่ออก 
     เมื่อต้องขับรถบ่อยๆ ในช่วงฤดูฝนนั้น หากไม่มีการฉีดน้ำเพื่อทำความสะอาดรถทันทีเมื่อถึงบ้าน จะทำให้เกิดคราบฝังแน่นที่สีของรถจากน้ำที่เกาะตัวรถอยู่ได้ และยิ่งถ้ารถต้องจอดตากแดดแรงๆ เป็นเวลานานๆ เข้า โดยไม่มีการทำความสะอาดเลย คราบน้ำสกปรกก็อาจจะแห้งฝังเข้าไปถึงสีชั้นในของรถ ทำให้ทำความสะอาดคราบยากมากขึ้นจนถึงขั้นเอาไม่ออก ส่งผลเสียถึงสีรถในอนาคตได้อีกด้วย

     2. เศษใบไม้ทำรถเป็นรอย
     หากรถที่ผ่านการขับลุยฝนมา แล้วต้องจอดไว้ใต้ต้นไม้หรือสถานที่ที่มีใบไม้ร่วงเยอะๆ อาจทำให้เศษใบไม้ในบริเวณนั้นปลิวมาติดที่ตัวรถได้ หากไม่มีการทำความสะอาดเศษใบไม้ทันที เมื่อแดดออกแล้วคราบน้ำแห้งสนิท เศษใบไม้ที่ติดอยู่อาจจะก่อให้เกิดรอยเลอะแบบฝังแน่น หรือรอยถลอกที่รถได้เช่นกัน

     3. ดิน ฝุ่น เศษขยะ ทำรถเป็นรอย
     ถนนที่ใช้สัญจรส่วนใหญ่ มักจะมีเศษดิน เศษฝุ่นจากการก่อสร้าง รวมไปถึงเศษขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามข้างทางเต็มไปหมด และเมื่อรถของเรามีการเปียกฝนเกิดขึ้นก็จะทำให้เศษดินเศษฝุ่นเหล่านี้ปลิวมาติดได้ง่ายมากกว่าเดิม และถ้าปล่อยไว้นานเข้าโดยไม่มีการทำความสะอาดทันที นอกจากจะทำให้เป็นคราบฝังแน่นแล้ว อาจก่อให้เกิดรอยเปื้อนหรือรอยถลอกที่ส่งผลเสียต่อสีรถอีกด้วย

     4. ความเสี่ยงจากฝนกรด
     หากที่พักอาศัยของคุณ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมเยอะกว่าพื้นที่อื่นๆ นั่นถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้คุณต้องล้างรถบ่อยๆ เช่นกันในช่วงฤดูฝน เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมจะมีการปล่อยควันในการทำงานทุกวัน เมื่อถึงช่วงที่ฝนตก ฝนที่ตกลงมาก็จะเกิดการปนเปื้อนกับฝุ่นควันในอากาศที่โรงงานได้ทำการปล่อยออกมา ทำให้น้ำฝนที่ตกกระทบกับตัวรถมีค่าความเป็นกรดสูง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับตัวรถได้มากเช่นกัน 

     5. ล้อรถก่อให้เกิดคราบฝังลึก
     การขับรถบนพื้นถนนที่เปียกและเต็มไปด้วยแอ่งน้ำมากมาย ล้อรถของเราก็อาจจะดีดเอาเศษดินโคลนต่างๆ มาโดนที่ตัวรถได้ และหากไม่มีการทำความสะอาดทันที ปล่อยให้เกิดเปื้อนสิ่งสกปรกซ้ำแล้วซ้ำอีก จะทำให้คราบต่างๆ ฝังแน่นจนรถดูสกปรกไม่น่ามอง และทำความสะอาดได้ยากยิ่งขึ้น

     ดังนั้นการขับรถในช่วงหน้าฝน ควรล้างรถให้บ่อยมากขึ้นกว่าปกติ ยิ่งโดยเฉพาะวันที่ฝนตกหนักๆ ใช้รถทั้งวันแล้วมีการเลอะคราบดินโคลน หรือเศษฝุ่น เศษขยะต่างๆ นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ควรจอดรถในที่แห้งและมีหลังคาปกคลุมอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมาเกาะที่ตัวรถจนเกิดคราบเพราะอาจจะทำให้รถเป็นสนิมหรือรอยถลอกได้ง่าย แค่การล้างรถบ่อยๆ ช่วงหน้าฝนเพียงเท่านี้ ก็สามารถยืดอายุการใช้งานตัวรถให้มีสีสันสวยงามเหมือนใหม่อยู่ตลอดได้แล้ว

อ่านบทความอื่นๆ