เข้าหน้าหนาวแล้ว ขับรถยังไงให้ปลอดภัย กับ 5 เทคนิค ขับรถในหน้าหนาว

เข้าหน้าหนาวแล้ว ขับรถยังไงให้ปลอดภัย กับ 5 เทคนิค ขับรถในหน้าหนาว
เข้าหน้าหนาวแล้ว ขับรถยังไงให้ปลอดภัย กับ 5 เทคนิค ขับรถในหน้าหนาว

เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัวแล้ว ทำให้หลายคนเริ่มวางแผนขับรถเที่ยวในช่วงหน้าหนาวนี้กันบ้างแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวสุดฮิตอย่างภาคเหนือและภาคอีสาน เพื่อไปสูดอากาศสดชื่นที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง แต่การเดินทางด้วยรถยนต์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสภาพอากาศเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ยิ่งพบเจอหมอกลงหนาระหว่างทาง ทำให้ทัศนวิสัยไม่ชัดเจนก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ วันนี้เราจึงรวบรวมเทคนิคขับรถหน้าหนาวยังไงให้ปลอดภัยตลอดเส้นทางมาฝาก จะมีเทคนิคไหนบ้างไปดูกัน

5 เทคนิคขับรถหน้าหนาวยังไงให้ปลอดภัย

เทคนิค ขับรถในหน้าหนาว

1. ไล่ฝ้าบนกระจก
เพราะการขับรถในช่วงหน้าหนาวนั้นมีความยากลำบาก และเสี่ยงต่อการอุบัติเหตุมากกว่าช่วงเวลาปกติ หนึ่งในสิ่งที่ต้องเจอเป็นอันดับแรกๆ คือการเกิดฝ้าอยู่ตามกระจก ไม่ว่าจะเป็นกระจกด้านข้างหรือด้านหน้า ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นนั้นไม่ชัดเจนจนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ดังนั้นระหว่างการขับขี่จึงควรตรวจเช็กว่ามีฝ้าเกิดขึ้นหรือไม่ และฝ้าที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากด้านในของตัวรถหรือด้านนอกของตัวรถ ซึ่งหากเกิดฝ้าจากด้านใน ให้ปรับอุณหภูมิของแอร์ลงเพื่อทำการไล่ฝ้า แต่ถ้าเป็นด้านนอกรถ ให้เปิดที่ปัดน้ำฝนพร้อมกับปรับอุณหภูมิของแอร์ให้ร้อนขึ้น หรือจะเปิดกระจกเพื่อให้อากาศภายในตัวรถและภายนอกใกล้เคียงกัน เพื่อทำการไล่ฝ้าบนกระจกก็ได้เช่นกัน (อ่าน 5 วิธีไล่ฝ้ากระจกรถยนต์ในหน้าหนาวได้ที่นี่ครับ)
2. รักษาระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ
เวลาขับรถหน้าหนาว ในบริเวณที่มีหมอกลงหนา อาจทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นนั้นลดลง ดังนั้นการขับรถโดยทิ้งระยะห่างมากกว่าปกติจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเบรคกะทันหันจากรถคันหน้าหรือถนนลื่น ก็จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากอุบัติเหตุเหล่านี้ได้  
3. ชะลอความเร็วเมื่อต้องเข้าโค้ง
อย่างที่รู้กันว่าช่วงหน้าหนาวเป็นช่วงเวลาของการท่องเที่ยว การขับรถหน้าหนาวส่วนใหญ่จึงเป็นการขับขึ้นภูเขาหรือดอย ซึ่งเส้นทางจะมีความคดเคี้ยวและอันตรายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้ที่ไม่ชำนาญเส้นทาง ดังนั้นเวลาขับรถช่วงหน้าหนาว ที่ต้องขับขึ้นเขาหรือขับบนถนนที่มีหมอกลง ไม่ควรใช้ความเร็วและชะลอความเร็วทุกครั้งเมื่อต้องเข้าโค้ง รวมถึงเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากทัศนวิสัยที่ย่ำแย่อีกด้วย

ใช้ไฟต่ำ หรือไฟตัดหมอกในหน้านาว
4. ใช้ไฟต่ำและไฟตัดหมอก
การขับรถหน้าหนาวควรใช้ไฟต่ำหรือโคมไฟใหญ่ เพื่อให้คนอื่นมองเห็นรถของเราได้ชัดเจนขึ้น และเวลาเข้าโค้งหรือทางแยกต่างๆ ควรที่จะกระพริบไฟ เพื่อให้สัญญาณรถที่สวนมาสังเกตเห็นเราได้ง่ายขึ้น และสำหรับรถที่มีไฟตัดหมอก แนะนำว่าให้เปิดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้รถคันหลังสามารถมองเห็นเราได้จากระยะไกล นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ไฟสูง เนื่องจากแสงไฟจะกระทบกับสายตาของผู้อื่นและอาจทำให้ตาพร่ามัวจนเกิดอุบัติเหตุได้ อีกทั้งไม่ควรเปิดไฟกระพริบตลอดเวลาขณะมีหมอกลง เพราะจะทำให้รถที่ตามมาข้างหลังไม่สามารถกะระยะห่างที่ชัดเจนได้ (ไฟตัดหมอกควรใช้ตอนเวลาไหน อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ)
5. หลีกเลี่ยงการจอดรถบริเวณไหล่ทาง
การจอดรถบริเวณไหล่ทางหรือริมทางในสภาพอากาศที่มีหมอกลงจัด เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เนื่องจากการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน และอาจทำให้รถที่ขับมาไม่สามารถเบรกหรือหลบหลีกได้ทันนั่นเอง ดังนั้นจึงควรมองหาที่จอดรถที่ปลอดภัยเพื่อเซฟตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง โดยควรจอดรอให้หมอกจางลงเป็นดีที่สุดแล้วค่อยขับต่อไป

เทคนิคการขับรถหน้าหนาว 5 ข้อนี้ เป็นเพียงเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เรานำมาฝากกันเท่านั้น ที่สำคัญคือการมีสติในการขับขี่ เช็กสภาพอากาศ ศึกษาเส้นทางให้ละเอียด และควรตรวจเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพียงเท่านี้การขับรถช่วงหน้าหนาวของคุณก็จะปลอดภัยทั้งตัวคุณและผู้ร่วมทางแล้วล่ะครับ และเพื่อเป็นการเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่รถช่วงหน้าหนาว ก็ควรที่จะทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะได้สบายใจได้ว่ามีคนคอยอยู่เคียงข้าง สามารถจัดการเคลมประกันรถและดำเนินเรื่องทุกอย่างให้คุณอย่างรวดเร็ว 


สำหรับใครที่ต้องการทำประกันรถหรือกำลังมองหาประกันภัยรถยนต์อยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำ ประกันภัยรถยนต์ จากวิริยะประกันภัย ที่จะคอยช่วยเหลือคุณอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว พร้อมทั้งบริการที่ดีเยี่ยม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของประกันภัยรถยนต์จากวิริยะ ได้ที่ www.viriyah.com หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 0-2129-7474

อ่านบทความอื่นๆ

Card image cap

8 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

Posted 28 มิถุนายน 2564

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระบาดอีกระลอกเป็นครั้งที่ 3 ทำให้หลายคนต้องกลับมา Work from Home แทนการเดินทางไปออฟฟิศ และต้องจอดรถทิ้งเอาไว้ที่บ้านเฉยๆ โดยไม่ได้ใช้งาน แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว อีกทั้งสภาพอากาศในตอนนี้ที่ฝนตกค่อนข้างบ่อย อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องหมั่นตรวจเช็คสภาพรถยนต์อยู่เสมอ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้งานจะได้ไม่มีปัญหามากวนใจ วันนี้เราจึงรวบรวม 8 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ มาฝากกันครับ