ลมยางรถยนต์ เติมอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน?

ลมยางรถยนต์ เติมอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน?
ลมยางรถยนต์ เติมอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน?

ล้อรถ คือส่วนประกอบที่สำคัญในการขับเคลื่อนพาผู้ขับขี่ไปยังจุดหมายต่างๆ แต่การที่ล้อจะเคลื่อนที่ไปได้นั้นลมยางก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเช่นเดียวกัน และการเติมลมยางก็มีผลอย่างมากต่อพลังงานที่ช่วยขับเคลื่อนรถยนต์ หากเติมไม่ถูกลักษณะหรือความต้องการของยางรถ ก็อาจจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน และส่งผลกระทบกับการขับขี่ได้โดยไม่รู้ตัว แล้วลมยางต้องเติมอย่างไรถึงจะประหยัดน้ำมัน? ตามวิริยะไปดูได้เลย

  1. เติมลมให้พอดีกับความต้องการ
  ยางเป็นส่วนประกอบของรถที่สัมผัสกับพื้นผิวถนนโดยตรงมากที่สุด เมื่อไหร่ที่ลมยางของล้ออ่อนลงจะทำให้อัตราการสัมผัสกับผิวถนนมีมากขึ้น ใช้พลังงานมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุมากที่สุดอีกด้วย ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือควรเติมยางให้พอดี เพราะถ้าหากเติมลมยางน้อยเกินไปจะทำให้ยางบวมได้ง่ายอายุการใช้งานก็จะน้อยลง หรือทำให้ดอกยางสึกผิดปกติ และหากเติมลมยางมากเกินไป  ทำให้แรงกระแทกขึ้นสู่ตัวรถได้ง่าย ขาดความนุ่นนวลในการขับขี่ ดอกยางตรงกลางหน้ายางจะสึกมากเป็นพิเศษและอายุในการใช้งานก็จะน้อยลงเช่นกัน ที่สำคัญควรเติมลมตามสเปคและขนาดของรถ อีกทั้งการเติมลมยางแต่ละครั้งควรเติมลมยางในขณะที่ยางไม่ร้อนเกินไปและตรวจเช็คลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

  •  รถยนต์ขนาดเล็ก ความดันลมยาง ประมาณ 25-30 ปอนด์ / ตารางนิ้ว (psi)
  •  รถยนต์ขนาดกลาง ความดันลมยาง ประมาณ 35-40 ปอนด์ / ตารางนิ้ว (psi)
  •  รถยนต์ขนาดใหญ่หรือรถกระบะ ไม่ควรเกิน 60 ปอนด์ / ตารางนิ้ว (psi)

  2. เติมยางทุกล้อให้เท่ากัน
  วิธีที่จะยืดอายุการใช้งานของล้อรถยนต์ให้อยู่นานยิ่งขึ้น คือการหมั่นเช็คลมยางอยู่เป็นประจำ อย่างน้อยๆ เดือนละครั้ง และควรเติมลมยางให้เท่ากันเสมอทั้ง 4 ล้อ โดยเฉพาะล้อฝั่งซ้ายและขวาต้องเท่ากันทุกครั้งที่เติม แต่ล้อหน้าและล้อหลังจะไม่เท่ากันก็ได้ไม่เป็นไร เน้นเฉพาะฝั่งตรงข้ามเท่านั้นที่ต้องเติมให้เท่ากันอยู่เสมอ 

  3. รักษาสมดุลทั้ง 4 ล้อ อยู่เสมอ
  เมื่อใช้งานล้อรถยนต์ไปนานๆ เข้า ล้อแต่ละด้านจะเกิดอาการสึกหรอไม่เท่ากัน บางล้อสึกเยอะบางล้อสึกน้อย และการทำหน้าที่ก็จะไม่เท่ากันล้อไหนยังมีลมยางมากพอก็จะทำงานหนักหน่อย ดังนั้นควรเข้าอู่เพื่อเช็คความสมดุลของล้อทั้ง 4 อยู่เสมอเพื่อทำการเปลี่ยนหรือถ่วงดุลใหม่ โดยการสลับยาง เพื่อให้หน้ายางนั้นสึกเท่ากันไม่ทำงานหนักจนเกินไปที่ล้อใดล้อหนึ่ง แถมยังเป็นการช่วยเซฟพลังงานของรถและน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทางด้วย

อ่านบทความอื่นๆ