ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ปี 2569 ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ปี 2569  ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?
ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ปี 2569  ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

นอกจากการดูแลรถยนต์และทำประกันรถยนต์ให้กับรถคู่ใจแล้ว การต่อภาษีรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เจ้าของรถจะต้องทำเป็นประจำทุกปี เนื่องจากการต่อภาษีรถยนต์นั้นมีผลกับกฎหมาย รวมถึงเรื่องของ พรบ. รถยนต์และประกันรถยนต์ต่างๆ ด้วย หากผู้ใช้รถคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าการต่อภาษีรถยนต์ปี 2568 นี้ ต้องทำอย่างไรและต่อภาษีรถยนต์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง วันนี้เราได้รวบรวมเอาไว้ในบทความนี้ให้แล้ว ไปดูกันได้เลย


ภาษีรถยนต์คืออะไร

ภาษีรถยนต์คืออะไร?

ภาษีรถยนต์ คือ ภาษีที่เจ้าของรถทุกคนต้องจ่าย เพื่อได้ป้ายสี่เหลี่ยมมาติดที่ด้านหน้ารถ เป็นการยืนยันว่าได้เสียภาษีรถยนต์ประจำปีนั้นๆ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่ข้อกฎหมายได้กำหนดเอาไว้นั่นเอง

 

ประเภทรถที่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้

สิ่งแรกที่เจ้าของรถควรรู้ คือไม่ใช่รถทุกคันจะมีเงื่อนไขการต่อภาษีเหมือนกัน เนื่องจากกฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้แตกต่างกันตามประเภทรถยนต์และอายุการใช้งาน ดังนี้

  1. รถยนต์ รถกระบะ รถตู้ ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 7 ปี

  2. รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี

  3. รถยนต์ รถกระบะ รถตู้ ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปีขึ้นไป นับจากวันที่จดทะเบียนครั้งแรก

 

ต่อภาษีรถยนต์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

  • สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (ฉบับจริง หรือสำเนาก็ได้)
  • หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถ จากสถานตรวจสอบสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ในกรณีที่รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง รถยนต์ส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง หรือรถบรรทุกส่วนบุคคลที่มีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป
  • พรบ. รถยนต์หรือข้อมูลประกันภัยภาคบังคับ ที่มีวันสิ้นอายุความคุ้มครองไม่น้อยกว่า 90 วัน

เอกสารที่ใช้ต่อภาษีรถยนต์มีอะไรบ้าง

ช่องทางการต่อภาษีรถยนต์ปี 2569

สำหรับช่องทางการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ปี 2569 สามารถทำได้ ดังต่อไปนี้

 

ต่อภาษีรถยนต์ช่องทาง Online

  1. ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมขนส่งทางบก e-Service  

  2. ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax (โดยสามารถโหลดแอปพลิเคชันได้ทั้งระบบ IOS และ Android)

  3. ต่อภาษีรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

  4. ต่อภาษีรถยนต์ผ่านบัตรเครดิต-บัตรเดบิตธนาคาร และ Counter Service

ต่อภาษีรถยนต์ช่องทาง Offline

  1. ต่อภาษีรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ 

  2. ต่อภาษีรถยนต์ที่ทำการไปรษณีย์ 

 

ขั้นตอนต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

  • ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมขนส่งทางบก e-Service ดังนี้

  1. เข้าเว็บไซต์กรมขนส่งทางบก แล้วเลือกบริการ “ลงทะเบียนสมาชิกใหม่” จากนั้นให้กรอกข้อมูลที่ให้ระบุให้ครบถ้วน แล้วกดปุ่ม “บันทึก” 
  2. หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อย ให้ทำการ “Log in” เข้าสู่ระบบ
  3. จากนั้นเลือกหัวข้อ “ชำระภาษีรถยนต์ประจำปี” ในเมนูย่อยเลือก “ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีผ่านอินเทอร์เน็ต” และกดปุ่ม “ลงทะเบียนรถ”

  4. เมื่อระบุข้อมูลรถครบถ้วนแล้ว ให้ทำการกดบันทึก

  5. ระบบจะแสดงข้อมูลรถที่ตารางด้านล่าง ให้เรากดปุ่ม “ยื่นชำระภาษี” จากนั้นระบุข้อมูลเกี่ยวกับรถให้ครบถ้วน แล้วกดปุ่ม “กรอกสถานที่จัดส่งเอกสาร”

  6. ให้เจ้าของรถระบุที่อยู่จัดส่งเอกสารให้ถูกต้อง แล้วกดปุ่ม “เลือกวิธีการชำระเงิน” โดยจะมีช่องทางชำระเงินหลายรูปแบบ

  7. ตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดอีกครั้ง หากถูกต้องสมบูรณ์ครบถ้วนกดปุ่ม “ยืนยัน” ก็เป็นอันเสร็จ

 

  • ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax

หลังจากที่โหลดแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการกรอกข้อมูลติดต่อให้ครบถ้วน แล้วจึงกดปุ่ม “กดเพื่อรับรหัส OTP” โดยรหัสดังกล่าวจะถูกส่งไปยังอีเมลที่ระบุเอาไว้ตอนแรก 

  1. เมื่อได้รับรหัส OTP แล้ว ให้ทำการยืนยันและสร้างรหัสผ่าน 6 หลัก หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ให้มากดปุ่ม “ชำระภาษีรถ” 

  2. จากนั้นเลือกรูปแบบชำระภาษี พร้อมกับกรอกรหัสบัตรประจำตัวประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคลผู้ครอบครองรถ เ

  3. เมื่อกรอกเสร็จแล้วให้เลือกประเภทรถที่ต้องการชำระ  และกรอกทะเบียนรถ พร้อมกับข้อมูล พรบ. รถยนต์

  4. หลังจากที่กรอกเสร็จ ให้มาเลือกการรับเครื่องหมายการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีทางไปรษณีย์ หรือจะเป็น Kiosk (เฉพาะเขตในกรุงเทพฯ เท่านั้น) ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

  5. สุดท้ายทำการชำระเงินผ่าน QR Code หรือแอป SCB Easy App ของธนาคารไทยพาณิชย์ได้เลย 

**หมายเหตุ : เจ้าของรถยนต์สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการยื่นชำระภาษีออนไลน์ และการจัดส่งเอกสาร หมายเลข EMS เลขกรมธรรม์ หรือปัญหาการยื่นชำระได้ที่เมนู “ตรวจสอบผลการชำระภาษี / เปลี่ยนช่องทางชำระเงิน”

 

  • ต่อภาษีรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

  1. เปิดแอป เป๋าตัง เลือกเมนู “ชำระค่าบริการ”

  2. เลือก “กรมการขนส่งทางบก” และ “ชำระภาษีรถประจำปี”

  3. กรอกเลขทะเบียนรถและจังหวัด

  4. ตรวจสอบข้อมูลและยอดภาษี

  5. ชำระงินผ่านระบบในแอป

  6. รอรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) ทางไปรษณีย์

 

  • ต่อภาษีรถยนต์ผ่านบัตรเครดิต-บัตรเดบิตธนาคาร และ Counter Service

ต่อภาษีรถยนต์ผ่านบัตรเครดิต-บัตรเดบิตธนาคาร

โดยสามารถต่อภาษีรถยนต์ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของหลายธนาคาร ซึ่งบางธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

ต่อภาษีรถยนต์ผ่าน Counter Service

  1. แจ้งเลขทะเบียนรถและจังหวัดให้เจ้าหน้าที่

  2. ชำระเงินสดหรือช่องทางที่จุดบริการรองรับ

  3. รับเอกสารยืนยันการชำระ และรอรับป้ายภาษีทางไปรษณีย์

 

 

ต่อภาษีต้องตรวจสภาพรถหรือไม่
 

ต่อภาษีรถยนต์ต้องตรวจสภาพรถหรือไม่?

การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี จำเป็นต้องตรวจสภาพรถทุกครั้ง ซึ่งจริงๆ แล้วรถที่จะทำการชำระภาษีจะต้องไม่มียอดค้างชำระเกิน 1 ปี

  • หากเกิน 1 ปี จะต้องทำการตรวจสภาพรถใหม่และต้องยื่นชำระภาษีที่กรมการขนส่งทางบกเท่านั้น 

  • หากรถยนต์ของคุณมีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป และเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะต้องทำการตรวจสภาพรถทุกปี ก่อนที่จะทำการชำระภาษีเสมอ ทั้งนี้รถยนต์ที่มีการติดตั้งแก๊ส จะต้องตรวจสภาพรถให้ถูกต้องตามประกาศที่กรมการขนส่งทางบกระบุเอาไว้ พร้อมทั้งต้องยื่นชำระภาษีประจำปีที่กรมการขนส่งทางบกเท่านั้น

จ่ายภาษีช้าต้องเสียค่าปรับยังไงบ้าง ?

หากเจ้าของรถยนต์ ไม่ชำระภาษีรถยนต์ภายในกำหนดเวลา จะมีค่าปรับและผลกระทบตามกฎหมาย ดังนี้

  • ถูกปรับ เงินเพิ่ม 1% ต่อเดือนของค่าภาษี

  • คิดเป็นรายเดือน แม้จะช้าเพียง 1 วัน ก็นับเป็น 1 เดือน

  • ปรับสูงสุดไม่เกิน 100% ของค่าภาษีที่ต้องชำระ

 

และทั้งหมดนี้คือการต่อภาษีรถยนต์ปี 2569  ซึ่งสามารถยื่นชำระภาษีได้ทั้งที่กรมการขนส่งทางบก และต่อภาษีออนไลน์ผ่านทางแอปพลิเคชันตามข้อมูลที่ทางเรานำมาฝาก เพื่อให้ผู้ขับขี่ทุกคนสามารถเข้าไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชม. ไม่ต้องเดินทางให้เสียเวลา หากใครที่ทำการต่อภาษีรถยนต์ปี 2569  แล้วก็อย่าลืมต่อ พรบ. รถยนต์ และประกันรถยนต์กันด้วย เพื่อความอุ่นใจและรับความคุ้มครอง สิทธิต่างๆ ของผู้เอาประกันเอง

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ที่มีคุณภาพ บริการรวดเร็วทันใจ เป็นธรรมอยู่ เราขอแนะนำประกันรถยนต์ จากวิริยะประกันภัย หลากหลายประกันภัยที่สามารถคุ้มครองรถยนต์ของคุณได้ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 ที่ดูแลครบ จบทุกความต้องการหรือจะเป็นประกันรถไฟฟ้า ประกันรถยนต์ 2+ ซื้อง่ายคุ้มครองเร็ว หรือประกันรถยนต์ 3+ ประกันคุ้มจบในที่เดียว รวมถึงประกันรถจักรยานยนต์ และประกันบิ๊กไบค์ที่คุ้มครองสูงสุดทันที รวมถึงใครที่กำลังมองหาพรบรถยนต์ที่คุ้มค่า ที่วิริยะประกันภัยเรามีครบจบที่เดียว

 

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.viriyah.com หรือ โทร.สอบถามได้ที่เบอร์ 0-2129-7474

 

อ่านบทความอื่นๆ