8 กลิ่นไม่พึ่งประสงค์ในรถ สัญญาณเตือนร้ายแรงที่ไม่คาดคิด

8 กลิ่นไม่พึ่งประสงค์ในรถ สัญญาณเตือนร้ายแรงที่ไม่คาดคิด
8 กลิ่นไม่พึ่งประสงค์ในรถ สัญญาณเตือนร้ายแรงที่ไม่คาดคิด

มีกลิ่นไหม้ กลิ่นน้ำมัน หรือกลิ่นแปลก ๆ ลอยอยู่ในห้องโดยสารขณะขับรถอยู่บ่อย ๆ ไหม? กลิ่นเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่อาจเป็น “สัญญาณเตือนภัย” ว่าระบบเครื่องยนต์ เบรก หรือระบบไฟฟ้าบางส่วนกำลังมีปัญหา บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 8 กลิ่นอันตรายในรถ ว่ามาจากส่วนไหนของรถ อันตรายแค่ไหน และควรรับมืออย่างไรให้ปลอดภัยทั้งคนและรถ

8 กลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถที่ห้ามมองข้าม
1. กลิ่นเหม็นไหม้

เมื่อไหร่ที่ได้สัมผัสกับกลิ่นนี้บนรถให้รู้ไว้เลยว่าอาจจะเป็นระบบไฟฟ้าภายในรถมีปัญหา เช่น สายไฟในรถไหม้ ไฟอาจลัดวงจร สายพานขับหรือท่อทางเดินต่างๆ หลุดออกจากข้อต่อและมีการเสียดสีกับชิ้นส่วนอื่นๆ ในกรณีที่เกิดกลิ่นขึ้นให้รีบจอดรถให้ไวที่สุดไม่ควรขับต่อ จากนั้นให้นำรถเข้าอู่ที่ใกล้ที่สุด เพื่อหาต้นเหตุที่มาและดำเนินการซ่อมให้เร็วที่สุด

 

2. กลิ่นเหมือนยางไหม้

ขณะที่กำลังขับรถอยู่นั้น หากได้กลิ่นแปลกๆ ที่เหมือนยางไหม้ ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าสาเหตุอาจจะมาจากความผิดปกติของส่วนที่ทำจากยาง เช่น ท่อลมยางหลวม สายพานเลื่อน หรือมีถุงพลาสติกไปติดอยู่ใต้เครื่อง โดยวิธีแก้ไขเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นให้มองหาถุงพลาสติกในเครื่องยนต์ของรถดูก่อน หากพบว่าไม่มีให้รีบนำรถไปตรวจเช็คกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุของกลิ่นต่อไป

 

3. กลิ่นเหมือนพรมไหม้

กรณีที่ได้กลิ่นเหมือนพรมในรถไหม้สาเหตุที่อาจจะเป็นไปได้คือเบรกของรถมีปัญหา ให้หยุดรถโดยทันทีไม่ควรฝืนขับรถต่อไป เพราะถ้าหากขับต่อไปอาจจะส่งผลให้เกิดการเบรกแตกจนเกิดอุบัติเหตุได้

 

4. กลิ่นเหมือนน้ำมันเบนซิน

กลิ่นน้ำมันเบนซินที่เกิดภายในรถนั้นถือได้ว่าเป็นกลิ่นที่อันตรายมาก เพราะเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่ามีน้ำมันส่วนใดส่วนหนึ่งของรถรั่วออกมานั่นเอง โดยสาเหตุหลักจะเกิดมาจากสายหัวฉีดเชื้อเพลิงรั่ว ถังน้ำมันรั่ว น้ำมันพาวเวอร์รั่ว ฝาเติมน้ำมันรั่ว ซึ่งในขณะที่ขับรถแล้วได้กลิ่นนี้ให้หยุดรถโดยทันทีไม่ควรขับต่อเพราะจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือไฟไหม้ตัวรถได้ง่าย สิ่งที่ควรทำคือเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญหรือนำรถเข้าอู่ให้ไวที่สุด

 

5. กลิ่นเหมือนน้ำมันถูกเผาไหม้

ในขณะที่ขับรถอยู่นั้นหากมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อย่างกลิ่นเหมือนน้ำมันถูกเผาไหม้ นั่นคือสัญญาณที่บอกถึงความผิดปกติที่มีความเป็นไปได้หลายอย่าง เช่น น้ำมันเครื่องรั่ว เกจวัดความร้อนพัง เป็นต้น ต้องหยุดรถโดยทันทีและตามช่างที่เชียวชาญมาดำเนินการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน

 

6. กลิ่นหวานเหมือนน้ำเชื่อม 

กลิ่นหวานเหมือนน้ำเชื่อมนี้ หลายคนคงคิดว่าไม่ใช่กลิ่นอันตรายอะไรแต่แท้จริงแล้วกลิ่นๆ นี้จะเป็นสัญญาณที่แสดงว่ารถเรานั้นอาจจะมีอาการถังพักน้ำหล่อเย็นรั่วก็ได้ เจ้าของรถต้องทำการเช็คดูทันที เพราะถ้าหากมีรอยรั่วอยู่จริงแล้วไม่รีบดำเนินการซ่อมแซมหรือทำความสะอาด อาจจะทำให้หนูหรือมดตามกลิ่นมาเจอแล้วทำให้ปัญหาบานปลายได้

 

7. กลิ่นเหมือนท่อไอเสีย จากบริเวณลิ้นชักคอนโซลหน้ารถ

หากได้กลิ่นเหม็นเหมือนท่อไอเสียจากบริเวณลิ้นชักคอนโซลหน้ารถนั้น ให้ดำเนินการแก้ไขโดยด่วนเพราะถือว่าเป็นเรื่องอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาทีหลังตรงส่วนระบบท่อไอเสียได้

8. กลิ่นเหม็นอับ 

กลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นในรถนั้นจะแตกต่างจากกลิ่นเหม็นอับที่เกิดขึ้นกับเสื้อผ้า กลิ่นอับพวกนี้อาจจะบ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบแอร์ เนื่องจากแอร์มีความชื้นที่มากเกินไปรวมไปถึงมีเชื้อราโตอยู่ในส่วนของคอยล์แอร์ ซึ่งวิธีแก้ไขคือการปิดแอร์ในรถแล้วเปิดพัดลมแทน โดยปรับความแรงของพัดลมให้แรงที่สุดแล้วทิ้งไว้สักพัก กลิ่นจะเบาหรือหายไปเอง

 

ประกันรถยนต์

มอบความคุ้มครองที่เหนือกว่าแบบครบจบ

เพราะถ้าเรื่องรถวางใจให้วิริยะประกันภัยดูแล

ต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ฟรี!

สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ที่มีคุณภาพ บริการรวดเร็วทันใจ เป็นธรรมอยู่ เราขอแนะนำประกันรถยนต์ จากวิริยะประกันภัย หลากหลายประกันภัยที่สามารถคุ้มครองรถยนต์ของคุณได้ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 ที่ดูแลครบ จบทุกความต้องการหรือจะเป็นประกันรถไฟฟ้า ประกันรถยนต์ 2+ ซื้อง่ายคุ้มครองเร็ว หรือประกันรถยนต์ 3+ ประกันคุ้มจบในที่เดียว รวมถึงประกันรถจักรยานยนต์ และประกันบิ๊กไบค์ที่คุ้มครองสูงสุดทันที รวมถึงใครที่กำลังมองหาพรบรถยนต์ที่คุ้มค่า ที่วิริยะประกันภัยเรามีครบจบที่เดียวสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.viriyah.com หรือ โทร.สอบถามได้ที่เบอร์ 0-2129-7474

อ่านบทความอื่นๆ

Card image cap

โดนชนแล้วหนี ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองหรือไม่ ?

Posted 1 กันยายน 2564

เชื่อว่าผู้ขับขี่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ แม้จะระมัดระวังกันเป็นอย่างดี และหนึ่งในเรื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นแบบเหนือความคาดหมายมักจะเป็นเรื่องของการ “โดนชนแล้วหนี” ทำให้เกิดความเสียหายกับตัวรถและหนีไปทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนหรือรายละเอียดของคู่กรณีได้ แล้วแบบนี้ ประกันภัยรถยนต์ จะคุ้มครองหรือไม่ ? วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกันว่า ถ้าโดนชนแล้วหนีจะต้องทำอย่างไร ประกันภัยรถยนต์และบริษัทประกันของเราจะให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือยังไงบ้าง เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้กันครับ