ขอยกเลิกประกันรถยนต์ ได้เงินคืนไหม? สรุปขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้

ขอยกเลิกประกันรถยนต์ ได้เงินคืนไหม? สรุปขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้
ขอยกเลิกประกันรถยนต์ ได้เงินคืนไหม? สรุปขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า หากทำประกันภัยรถยนต์ไปแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องขายรถ ไม่ได้ใช้รถ หรือต้องการเปลี่ยนบริษัทประกัน จะสามารถ "ขอยกเลิกประกันรถยนต์" ได้หรือไม่? คำตอบคือ "สามารถทำได้

การขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมที่สามารถยกเลิกได้ตามกฏหมาย  โดยสัญญาประกันภัยจะสิ้นผลบังคับ ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประกันภัย เป็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่บอกเลิกสัญญาประกันภัยขอยกเลิกประกันรถยนต์ ได้เงินคืนไหม? ได้คืนเท่าไหร่?

สำหรับกรมธรรม์ประกันภัย  การสิ้นผลบังคับของกรมธรรม์มีอยู่ 2 กรณีด้วยกันคือ

1. การสิ้นผลบังคับตามวันเวลาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่ากรมธรรม์ขาดอายุ

2. เป็นการบอกเลิกกรมธรรม์จากฝ่ายรับประกันภัยหรือผู้เอาประกันภัย

 

1. การสิ้นผลบังคับตามวันเวลาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่ากรมธรรม์ขาดอายุ

ทั้งนี้การนับระยะเวลาความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย  กฏหมายได้ให้นับระยะเวลาประกันภัยไว้ดังนี้  ในส่วนของการรับประกันภัย ในกรณีที่มีการแจ้งขอเอาประกันภัยไว้ล่วงหน้า ให้ถือว่าบริษัทรับประกันภัยและให้ความคุ้มครองตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันที่เริ่มต้นทำประกันภัย

    กรณีที่แจ้งขอเอาประกันภัยในวันเดียวกันกับวันที่เริ่มต้นระยะเวลาเอาประกันภัย ให้ถือว่าเวลาที่เริ่มมีผลคุ้มครองคือเวลาที่บริษัทตอบตกลงรับประกันภัย

    ส่วนวันและเวลาที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ  นับเป็นเรื่องที่ผู้เอาประกันภัยต้องจำให้มั่น เพราะตามสามัญสำนึกหรือการรับรู้ตามธรรมชาตินั้น  ส่วนใหญ่เข้าใจว่า ระยะเวลาของความคุ้มครองต้องสิ้นสุดลง ณ เวลา 24.00 น.ของวันสิ้นสุดความคุ้มครองหรือวันขาดอายุตามที่เรียกกันโดยทั่วไป

    แต่การนับสิ้นสุดความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์  คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ออกตามคำสั่งนายทะเบียนซึ่งถือเป็นกฏหมายให้นับ ณ 16.30 น.ของวันสิ้นสุดระยะเวลาประกันภัย

 

2. เป็นการบอกเลิกกรมธรรม์จากฝ่ายรับประกันภัยหรือผู้เอาประกันภัย

เป็นการบอกเลิกกรมธรรม์จากฝ่ายรับประกันภัยหรือผู้เอาประกันภัย  ถ้าเป็นฝ่ายผู้รับประกันภัยคือบริษัทประกันภัยเป็นฝ่ายบอกเลิก ก็ต้องทำหนังสือบอกกล่าวการเลิกกรมธรรม์ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่ผู้เอาประกันภัยแจ้งให้บริษัทได้รับทราบ  และบริษัทจะต้องคืนเบี้ยประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยตามส่วนของระยะเวลาที่เหลือ(มีตารางอัตราคืนเบี้ยประกันภัยกำหนดไว้ชัดเจน) อีกทั้งจะต้องคืนในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย

 กรณีที่ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายบอกเลิก   ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนวันสิ้นสุดความคุ้มครองนั้น คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยฯรถตีความไว้ว่า ให้ถือเอาเจตนารมย์ของผู้ประกันภัยเป็นประการสำคัญ   

ถ้าผู้อาประกันภัยมีการแจ้งบอกเลิก แต่ไม่ได้ระบุวันที่มีผลให้กรมธรรม์สิ้นสุดความคุ้มครอง ให้ถือว่ากรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันที่บริษัทรับทราบถึงการแสดงเจตนาของผู้เอาประกันภัย แต่ถ้าหากมีการระบุวันไว้อย่างชัดเจน ก็ให้เป็นไปตามที่ผู้เอาประกันภัยกำหนด  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวันเวลาที่กำหนดนี้จะเป็นวันก่อนที่บริษัทรับทราบไม่ได้  และเช่นเดียวกันเมื่อบอกเลิกแล้วบริษัทต้องคืนค่าเบี้ยประกันภัยตามอันตราที่กำหนดไว้ในตาราง รวมไปถึงภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย สิทธิ์พึงได้พึงเสียในการประกันภัย เป็นเรื่องที่ผู้เอาประกันภัยต้องรู้!

 

 

ขอแนะนำประกันรถยนต์จากวิริยะประกันภัย ทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญในการคุ้มครองรถยนต์ของคุณได้ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 ที่ดูแลครบ จบทุกความต้องการหรือ ประกันรถยนต์ 2+ ซื้อง่ายคุ้มครองเร็ว หรือประกันรถยนต์ 3+ ประกันคุ้มจบในที่เดียว และใครที่กำลังมองหาการต่อพรบรถยนต์ที่คุ้มค่า ที่วิริยะประกันภัยเรามีครบจบที่เดียวสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.viriyah.com 

 

หากต้องการสอบถามเพิ่มเคิมเกี่ยวกับบริการกรมธรรม์รถยนต์

ติดต่อเบอร์โทรศัพท์ 02-129-7474 (ในเวลาทำการ) วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-17.00 น. 
นอกเวลาทำการโปรดติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ 1557 สายด่วนโทร. 1557 หรือ 02-239-1557

ซื้อประกันรถยนต์

มอบความคุ้มครองที่เหนือกว่าแบบครบจบ

เพราะถ้าเรื่องรถวางใจให้วิริยะประกันภัยดูแล

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ฟรี!

อ่านบทความอื่นๆ