“คาร์ซีท” ความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ปกครองอุ่นใจ เด็กปลอยภัยทุกสถานการณ์

“คาร์ซีท” ความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ปกครองอุ่นใจ เด็กปลอยภัยทุกสถานการณ์
“คาร์ซีท” ความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ปกครองอุ่นใจ เด็กปลอยภัยทุกสถานการณ์

คาร์ซีท หรืออุปกรณ์เสริมสำหรับเด็กนั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เป็นที่นั่งเฉพาะสำหรับเด็กที่ออกแบบมาให้รับกับสรีระและทำให้เด็กสามารถนั่งได้โดยปลอดภัยมากกว่าการคาดเข็มขัดนิรภัยปกติ หรือให้ผู้ปกครองอุ้ม

 

ความสำคัญของคาร์ซีท

    คาร์ซีทมีชื่อภาษาไทยว่าเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ซึ่งดีกว่าการที่จะให้เด็กนั่งบนตักของผู้ปกครอง เพราะมีระบบความปลอดภัยที่จะทำให้ตัวเด็กไม่หลุดออกจากเบาะเมื่อเกิดการกระแทกใมยามที่เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากหากให้เด็กนั่งตักขณะเดินทาง เด็กอาจหลุดจากตักหรืออ้อมแขนของผู้ใหญ่ได้เมื่อเกิดเเรงกระแทกหรือเหตุฉุกเฉิน

 

การเลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับลูกน้อย

เด็กแรกเกิด - 2 ปี

    ควรใช้คาร์ซีทสำหรับทารกแบบ Rear Facing ซึ่งเป็นรูปแบบของคาร์ซีทที่หันไปด้านหลังของรถ สามารถปกป้องศีรษะ ลำคอ และกระดูกสันหลังได้ดีที่สุด เพราะในวัยนี้คอของเด็กจะยังไม่แข็งแรงนัก คาร์ซีทแบบนี้จะช่วยลดโอกาสเกิดการหักของกระดูกต้นคอหากเกิดอุบัติรุนแรงได้

 

เด็ก 3 - 7 ปี

    ควรใช้คาร์ซีทแบบ Forward Facing ซึ่งเป็นรูปแบบของคาร์ซีทที่หันมาด้านหน้ารถตามปกติ เป็นเบาะนิรภัยแบบชิ้นเดียวครอบคลุมทั้งลำตัวและศีรษะของเด็ก เพราะเด็กวัยนี้สามารถนั่งได้แล้ว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอเริ่มมากขึ้น โดยควรเป็นที่นั่งแบบ มีสายรัดลำตัวเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุดติดตั้งมาพร้อมที่นั่ง ยึดติดกับรถด้วยเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์

 

เด็ก 7 – 10 ปี

    ควรใช้คาร์ซีทแบบหันมาด้านหน้ารถเช่นเดิม เมื่อเด็กโตจนความสูงเกินขนาดของคาร์ซีท หรือน้ำหนักตัวมากกว่า 18 กิโลกรัม ก็สามารถปรับมาใช้คาร์ซีทที่ไม่มีสายรัดติดตั้งมากับที่นั่งได้

 

เพื่อความปลอดภัยของเด็ก เรื่องคาร์ซีทจึงเป็นเรื่องไม่เล็กที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม และที่สำคัญที่สุดการเลือกทำประกันภัยให้ลูกน้อยถือเป็นความห่วงใยจากพ่อแม่ที่ส่งต่อถึงลูกได้ด้วย

อ่านบทความอื่นๆ