สิ่งสำคัญที่ต้องเช็กก่อนการ ‘ซื้อประกันรถยนต์’ มีอะไรบ้าง ?

สิ่งสำคัญที่ต้องเช็กก่อนการ ‘ซื้อประกันรถยนต์’ มีอะไรบ้าง ?
สิ่งสำคัญที่ต้องเช็กก่อนการ ‘ซื้อประกันรถยนต์’ มีอะไรบ้าง ?

สิ่งสำคัญที่ต้องเช็กก่อนการ ‘ซื้อประกันรถยนต์’ มีอะไรบ้าง ?

เชื่อว่าหลายคนเวลาจะซื้อของสักอย่างมักจะเปรียบเทียบคุณภาพและราคากับสินค้าประเภทเดียวกัน เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการและคุ้มค่าจริงๆ เช่นเดียวกับการซื้อประกันรถยนต์ ที่ในปัจจุบันมีบริษัทประกันภัยรถยนต์หลากหลายแบรนด์ที่ให้บริการ ซึ่งคุณภาพและราคาเบี้ยประกันก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ถ้าคุณอยากได้ประกันรถยนต์ที่ดี ในราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพและบริการ ซึ่งเราก็มีทริคเล็กๆ เกี่ยวกับ ‘สิ่งสำคัญที่ต้องเช็กก่อนการซื้อประกันรถยนต์’ มาฝาก เพื่อจะได้นำไปประกอบการตัดสินใจในการทำประกันรถยนต์ครั้งถัดไปกันครับ

 

1.ชื่อเสียงของบริษัท

สิ่งที่ต้องเช็กอันดับแรกก่อนที่จะทำประกันรถยนต์หรือซื้อประกันรถยนต์ ก็คือ ชื่อเสียงของบริษัทประกันภัยที่ให้บริการเกี่ยวกับด้านประกันรถยนต์ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มีความมั่นคงหรือไม่ มีประวัติการเคลมลูกค้ารายก่อนๆ เป็นอย่างไร โดยสามารถตรวจเช็กความน่าเชื่อถือและข่าวสารต่างๆ จากสื่อโซเชียล เว็บไซต์ของบริษัทประกันภัยที่คุณสนใจ หรือตัวแทนผู้ขายประกันก็สามารถขอข้อมูลในส่วนนี้ได้เช่นกัน เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประกอบในการตัดสินใจ

 

2.รู้จักประเภทความคุ้มครองของประกันรถยนต์

เมื่อเรารู้จักกับชื่อเสียงของบริษัทประกันภัยที่ให้บริการเกี่ยวกับประกันรถยนต์แล้ว ส่วนต่อมาคือคุณจะต้องประเมินว่าความคุ้มครองแบบไหนของกรมธรรม์ประกันรถยนต์ที่คุณต้องการ เพราะประกันรถยนต์มีทั้งภาคบังคับและแบบสมัครใจ ดังนั้นก่อนที่คุณจะซื้อประกันรถยนต์ ต้องดูสภาพแวดล้อมของคุณเอง ทั้งอายุของรถ ลักษณะนิสัยการขับขี่ ลักษณะการใช้งาน รวมไปถึงความคุ้มครองเพิ่มเติมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากค่าซ่อม เช่น ความคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้หรือน้ำท่วม ซึ่งการรู้จักประเภทความคุ้มครองจะช่วยให้การตัดสินใจทำประกันรถยนต์ของคุณง่ายขึ้น

3.ทุนประกันรถยนต์

หลังจากรู้จักแผนประกันความคุ้มครองแล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องตรวจเช็กก็คือ ทุนประกัน ซึ่งวงเงินประกันนี้จะเป็นวงเงินที่บริษัทประกันจะจ่ายคืนให้คุณในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ จนทำให้รถยนต์เกิดความเสียหายมากกว่า 80% หรือในกรณีรถยนต์เกิดการสูญหาย ไฟไหม้และน้ำท่วม ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจทำประกันรถยนต์กับบริษัทประกันภัยไหน คุณจำเป็นจะต้องตรวจเช็กทุนและเบี้ยประกันในกรมธรรม์ที่คุณสนใจกับบริษัทฯ ที่คุณสนใจ เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นๆ ว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากับราคาที่คุณจะซื้อประกันรถยนต์หรือไม่

4.ความสะดวกในการติดต่อ

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์กับบริษัทประกันภัยต่างๆ ก็คือ ความสะดวกของช่องทางในการติดต่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะเมื่อซื้อประกันรถยนต์นอกจากความคุ้มครองที่มีอยู่ในกรมธรรม์แล้ว สิ่งที่ควรจะได้รับคือความสบายใจ อุ่นใจ ในบริการของบริษัทประกันภัย ซึ่งหากคุณเลือกทำประกันรถยนต์กับบริษัทฯ ที่สามารถติดต่อกับศูนย์บริการหรือพนักงานได้ง่าย รวดเร็ว มีผู้ให้บริการที่พร้อมรับสายและตอบปัญหา หรือแจ้งเหตุได้ตลอดเวลา ย่อมทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ คุณจะไม่โดดเดี่ยว เพราะจะมีคนคอยอยู่เคียงข้างตลอดอย่างแน่นอน 

 

5.ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล

นอกจากเรื่องทุนประกันแล้ว เรื่องของความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่อยู่ในรถยนต์คันที่ทำประกันรถยนต์ ก็เป็นสิ่งที่ต้องเช็กเช่นเดียวกัน ซึ่งค่ารักษาพยาบาลจะให้ความคุ้มครองเป็นรายบุคคล ในจำนวนเท่ากัน ตามที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์นั้นๆ 

 

6.ประกันตัวผู้ขับขี่

อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ต้องตรวจเช็กก่อนที่จะซื้อประกันรถยนต์ หรือทำประกันรถยนต์กับบริษัทประกันภัยคือ ประกันตัวผู้ขับขี่ เพราะวงเงินในส่วนนี้จะเป็นตัวช่วยคุณในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่เป็นคดีอาญาขึ้น และถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวน ซึ่งทางบริษัทประกันภัยของคุณจะทำหน้าที่วางวงเงินประกันตัวคุณออกมาเพื่อสู้คดีต่อไป เช่นเดียวกับความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก ซึ่งวงเงินประกันตัวผู้ขับขี่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยจะกำหนดเอาไว้ในแต่ละกรมธรรม์

 

7.ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก

ต่อมาคือส่วนของความคุ้มครองที่มีต่อบุคคลภายนอกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ  ไม่ว่าจะเป็นคนที่เดินถนนหรือคู่กรณีที่อยู่ในรถยนต์อีกคันหนึ่ง ซึ่งในส่วนของความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ความคุ้มครองต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของบุคคลภายนอก และอีกส่วนคือความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยจำนวนวงเงินในส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยที่เป็นผู้กำหนดในแต่ละกรมธรรม์

 

8.ซ่อมศูนย์หรืออู่

เนื่องจากในกรมธรรม์ของประกันรถยนต์ทุกกรมธรรม์จะระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ขับขี่สามารถส่งรถยนต์ไปเคลมได้ที่ไหน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ซ่อมที่ศูนย์บริการยี่ห้อรถยนต์ของผู้ทำประกันรถยนต์ หรือซ่อมที่อู่มาตรฐาน ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเป็นตัวกำหนดเบี้ยประกันของแต่ละกรมธรรม์อีกด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อประกันรถยนต์หรือทำประกันรถยนต์ ควรตรวจเช็กให้ตรงกับความต้องการของตัวเองก่อนที่จะซื้อประกันรถยนต์ครับ


9.ส่วนลดและโปรโมชั่น

อีกหนึ่งจุดที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น หรือได้รับแผนการคุ้มครองที่คุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งในบางบริษัทอาจจะมีส่วนลดหรือโปรโมชั่นที่จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่ต้องการต่อประกันรถยนต์หรือทำประกันรถยนต์ใหม่ หรือบางครั้งโปรโมชั่นก็จะมาในรูปแบบของข้อเสนอการซื้อรถยนต์คันใหม่ด้วยเช่นกัน

 

10.ไม่พอใจ ยกเลิกสัญญาได้

ข้อสุดท้ายที่ต้องเช็กให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ก็คือ การยกเลิกสัญญาของกรมธรรม์ที่ทำกับบริษัทประกันภัย ซึ่งหากผู้เอาประกันภัยเกิดความไม่พอใจในการบริการของบริษัทฯ สามารถบอกยกเลิกกรมธรรม์กับทางบริษัทฯ ได้ แต่จะมีเงื่อนไขสำหรับกรมธรรม์ที่ยังไม่ถึงวันคุ้มครอง และต้องการเปลี่ยนกรมธรรม์หรือยกเลิกกรมธรรม์นี้ ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมในส่วนของการดำเนินการหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัย โดยการยกเลิกประกัน คุณมีสิทธิ์ได้รับเบี้ยประกันคืนตามอัตราส่วนการคืนเบี้ยประกันที่กำหนดไว้โดย คปภ. ซึ่งการคำนวณอัตราคืนเบี้ยประกัน จะนับเอาวันที่บริษัทประกันภัยได้รับเอกสารยกเลิกเป็นวันสิ้นสุดประกันภัยของกรมธรรม์นั้น

 

และทั้งหมดนี้คือสิ่งสำคัญ 10 ข้อ ที่ต้องเช็กก่อนตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเอง เพราะส่วนใหญ่ผู้ซื้อจะได้ฟังข้อเสนอต่างๆ ของแต่ละกรมธรรม์จากตัวแทนขายประกันที่เสนอมา โดยไม่ได้ไตร่ตรองและตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วน ทำให้อาจเกิดปัญหาย้อนหลังตามมาได้หลังจากทำประกันรถยนต์ไปแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณรอบคอบกับการซื้อประกันรถยนต์มากขึ้น และช่วยลดปัญหาที่จะเกิดตามมาภายหลังได้อีกด้วย และหากใครสนใจ ต้องการทำประกันรถยนต์กับวิริยะประกันภัย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ได้ที่เว็บไซต์ https://www.viriyah.com/ 

อ่านบทความอื่นๆ

Card image cap

ประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันยังไง ? ข้อแตกต่างที่คุณควรรู้ !

Posted 28 มิถุนายน 2564

เชื่อว่าทุกคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว ย่อมซื้อประกันรถยนต์เพื่อเสริมความคุ้มครองยามเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งแน่นอนว่านอกจากประกันชั้น 1 ที่คุ้มครองรอบด้านแล้ว ประกันรถยนต์ 2+ กับ ประกันรถยนต์ 3+ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะมีค่าเบี้ยที่ถูกกว่าพร้อมได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่า แล้วคุณรู้ไหมว่า ประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันยังไง ? และจะใช้เกณฑ์อะไรเป็นตัวตัดสินใจในการเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์ วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลของ ประกันรถยนต์ 2+ กับ ประกันรถยนต์ 3+ มาให้ดู เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ