ยางรันแฟลต ดูแลอย่างไรให้ใช้ได้นาน

ยางรันแฟลต ดูแลอย่างไรให้ใช้ได้นาน
ยางรันแฟลต ดูแลอย่างไรให้ใช้ได้นาน

ยางรันแฟลต (Run-Flat Tires) คือ นวัตกรรมของยางที่ออกแบบมาให้ยางสามารถวิ่งได้ต่อในระยะหนึ่งเมื่อเกิดเหตุยางรั่วขณะขับขี่ โดยไม่ต้องหยุดรถหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนยางอะไหล่ในทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ด้วยเทคโนโลยีพิเศษที่พัฒนาให้แก้มยางมีความแข็งแรงขึ้น จึงทำให้รถสามารถวิ่งได้แม้ขณะไม่มีลมยางเหลืออยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันการขับโดยไม่มีลมยางเหลืออยู่ จะทำให้ยางเสียดสีกับพื้นถนนจนเกิดเป็นความร้อนสะสมสูง ทำให้เนื้อยางเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น ดังนั้นหากคุณใช้ยางรันแฟลตและเกิดเหตุยางรั่ว แนะนำให้ขับต่อในระยะทางไม่เกิน 150 กิโลเมตร และไม่ควรใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชม. พร้อมกับหมั่นดูแลรักษา ยางรันแฟลตอยู่สม่ำเสมอ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของยางรันแฟลตให้ใช้ได้นานยิ่งขึ้น

     วันนี้วิริยะประกันภัยขอแนะนำวิธีการดีๆ ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานยางรันแฟลต ให้ใช้ได้ทน ใช้ได้นาน มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

     หมั่นเช็คลมยางรันแฟลตอย่างสม่ำเสมอ
     การเช็คและเติมลมยางรันแฟลตแนะนำให้เช็คอาทิตย์ละครั้ง และเช็คในขณะที่ยางรถยนต์มีความเย็นเท่านั้น ห้ามเช็คตอนยางรันแฟลตร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้ค่ายางรันแฟลตมีความไม่นิ่งและสูงกว่าปกติ เวลาจะเติมลมกลับเข้าไปจึงไม่สามารถหาค่าลมยางที่แท้จริงได้นั่นเอง การเติมลมจะต้องเติมให้แข็งอยู่ตลอดเพราะไม่อย่างนั้นเวลาเกิดอุบัติเหตุตกหลุมอาจจะทำให้ยางรั่วอย่างเฉียบพลันได้ 

     ที่สำคัญอย่าเข้าใจผิดว่าเมื่อคุณใช้ยางรันแฟลตแล้วจะไม่ต้องเติมลมยางก็ได้ เพราะผู้ผลิตคิดค้นมาเพื่อให้ยางรันแฟลต ช่วยให้คุณรอดพ้นจากเหตุการณ์คับขันเพียงเท่านั้น หากคุณใช้วิ่งแบบไม่มีลมยางจนเกินระยะทางและความเร็วที่ยางรันแฟลตจะรับได้ ยางอาจจะเกิดการรั่ว ซึม และเกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด ดังนั้นผู้ใช้ยางรันแฟลตจึงต้องหมั่นเติมลมยางให้มีความแข็งอยู่ตลอด โดยค่าปกติของยางรันแฟลตจะยู่ที่ 30-40 psi (สามารถตรวจเช็คแรงดันลมยางของรถแต่ละคันได้ที่คู่มือหรือแถบสติกเกอร์บริเวณฝั่งประตูรถ) 

     สลับยางรันแฟลต
     หลายคนสงสัยว่าใช้ยางรันแฟลตแล้วจำเป็นต้องสลับยางหรือไม่? หากรถคุณเป็นรถขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ก็ไม่จำเป็นต้องสลับยาง แต่ถ้ารถคุณเป็นรถขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ ล้อที่เป็นตัวขับเคลื่อนมักจะสึกเร็วกว่าล้อที่หมุนตามเป็นธรรมดา ดังนั้นควรสลับยาง Run Flat เพื่อเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของยางทุกเส้นให้ใช้ได้นานยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้แล้วการทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการคุ้มครองรถยนต์ของคุณได้ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 ที่ดูแลครบ จบทุกความต้องการ หรือ ประกันรถยนต์ 2+ ซื้อง่ายคุ้มครองเร็ว หรือประกันรถยนต์ 3+ ประกันคุ้มจบในที่เดียว

อ่านบทความอื่นๆ