รถยนต์ซื้อมาอย่างถูกต้องแต่ยังไม่ได้มีการโอน บริษัทประกันภัยคุ้มครองหรือไม่

รถยนต์ซื้อมาอย่างถูกต้องแต่ยังไม่ได้มีการโอน บริษัทประกันภัยคุ้มครองหรือไม่
รถยนต์ซื้อมาอย่างถูกต้องแต่ยังไม่ได้มีการโอน บริษัทประกันภัยคุ้มครองหรือไม่

“เมื่อผู้เอาประกันภัยได้โอนรถยนต์แก่บุคคลอื่น ให้ถือว่าผู้รับโอนเป็นผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ และบริษัทต้องรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อไป ตลอดอายุกรมธรรม์ประกันภัยที่ยังเหลืออยู่”

    ข้อกำหนดที่ออกมานี้ มิได้เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเงื่อนไขความคุ้มครองขึ้นมาใหม่  แต่กำหนดขึ้นมาเพื่อให้เกิดความชัดเจนไม่ต้องมีการตีความ เพราะตามปกติเมื่อมีการโอนรถยนต์ ผู้เอาประกันภัยเดิมหรือผู้รับโอนแจ้งให้บริษัทประกันภัยได้รับทราบ และบริษัทก็ให้ความคุ้มครองรถยนต์คันที่โอนต่อไป ตามระยะเวลาเอาประกันภัยที่ยังเหลืออยู่ โดยบริษัทเพียงแต่ออกใบสลักหลังเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันภัยเท่านั้น

    อย่างไรก็ตามสิทธิตามกรมธรรม์จะติดตามไปกับตัวรถยนต์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ถ้าผู้เอาประกันภัยไม่ประสงค์ที่จะให้กรมธรรม์คุ้มครองรถยนต์ที่โอนไป ก็สามารถแจ้งบริษัทเพื่อบอกเลิกความคุ้มครอง แต่ถ้าเจตนาเป็นเพียงแค่คิด  โดยไม่ได้มีการกระทำใดๆเป็นหลักฐานให้บริษัทได้รับทราบ  หากรถยนต์ดังกล่าวไปเกิดอุบัติเหตุ เกิดความรับผิดหรือความเสียหายเกิดขึ้น บริษัทยังคงให้ความคุ้มครอง

    ทั้งนี้ให้หมายรวมไปถึงกรมธรรม์รถยนต์ประเภทระบุชื่อขับขี่ด้วย  ถึงแม้ผู้รับโอนยังไม่ได้ไปแจ้งเปลี่ยนชื่อ ความคุ้มครองก็ยังคงอยู่ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ เพียงแต่เมื่อมีความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกหรือความเสียหายรถยนต์เกิดขึ้น ผู้รับโอนจะต้องรับภาระในการจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก ดังนี้

    จ่าย 2,000 บาท สำหรับความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

    จ่าย 6,000 บาท ของความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดจากการชนหรือการคว่ำ

    และที่สำคัญถ้ามีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่เป็นตัวเงิน บริษัทประกันภัยจะจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัยเดิม ที่ระบุชื่อยู่ในกรมธรรม์ หรือทายาทตามกฏหมายเท่านั้น

          หลักสุจริตใจอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งใน 6 ข้อหลักสำคัญของสัญญาประกันภัย ถ้าไม่ปฎิบัติตามถือว่าสัญญาประกันภัยเป็นโฆฆียะ

อ่านบทความอื่นๆ

Card image cap

ให้บุคคลอื่นเช่ารถและรถเกิดสูญหาย ประกันภัยคุ้มครองหรือไม่

Posted 2 ธันวาคม 2564

ธุรกิจรถเช่าเพื่อการท่องเที่ยวหรือให้บริการขนส่ง กำลังเป็น ”รายได้พิเศษ”ที่ผู้คนเริ่มให้ความสนใจ และหมายรวมไปถึงการชักชวนให้มาร่วมลงทุนธุรกิจนี้กันมากขึ้น เพราะต่างเชื่อมั่นว่าเป็นการลงทุนที่ ”ไม่มีความเสี่ยง” เพราะเพียงแค่จัดซื้อหรือผ่อนรถยนต์แล้วนำไป”ร่วมวิ่งให้บริการ” ในรูปแบบของการทำสัญญาเช่า ซึ่งจะทำให้เจ้าของรถยนต์ในฐานะผู้ให้เช่ารถ ไม่ต้องมีส่วนร่วมในความรับผิดที่เกิดจากการให้บริการแต่อย่างใด รวมไปถึงไม่ต้องเป็น”จำเลยร่วม”ในกรณีที่บริษัทนำรถไปใช้ในการกระทำผิดกฏหมายบ้านเมือง